ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) รวบยกแก๊ง สแกมเมอร์หลอกลงทุน อ้างโดนัลด์ ทรัมป์ เสนอผลตอบแทนสูง 20 เท่า เสียหายกว่า 13 ล้านบาท กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิด เกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ, พ.ต.อ.วิจักขณ์ ตารมย์ รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.นิตติโชติ เพ็ญจำรัส รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.4 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ภาคิน ไกรกิตติชาญ รอง ผกก.4 บก.ปอศ., พ.ต.ท.เชาวน์วุฒิ เลียบมา รอง ผกก.(สอบสวน) กก.4 บก.ปอศ. เจ้าหน้าที่ชุดปฎิบัติการ นำโดย พ.ต.ท.สาธิต หาวงษ์ชัย สว.กก.4 บก.ปอศ., พ.ต.ท.วรวุฒิ คงรักษา สว.กก.4 บก.ปอศ., พ.ต.ท.ณัฐดนัย บำรุงศิลป์ สว.กก.4 บก.ปอศ. และ พ.ต.ต.หญิง ชนากานต์ นิรัมย์ สว.กก.4 บก.ปอศ. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ ตำรวจสอบสวนกลาง กก.4 บก.ปอศ. ร่วมกันจับกุมตัว 6 ผู้ต้องหาตามหมายจับ ดังนี้ 1.นายอธิณัฏฐ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 57 ปี ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ 885/2568 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 2.นางสาวณันนภัชสรณ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 51 ปี ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ 886/2568 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 3.นางเข็มทอง (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ 890/2568 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 4.นางสาวปรานิศา (สงวนนามสกุล) อายุ 48 ปี ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนง ที่ 891/2568 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 5.นายถาวร (สงวนนามสกุล) อายุ 60 ปี ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ 887/2568 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 6.นางอนุภา (สงวนนามสกุล) อายุ 45 ปี ตามหมายจับศาลอาญาพระโขนงที่ 889/2568 ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ฐานความผิด “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน,ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และร่วมกันนำเข้า สู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน” ตรวจยึดพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 5 รายการ เพื่อประกอบเป็นหลักฐานในการดำเนินคดี 1. โทรศัพท์ จำนวน 8 เครื่อง 2. คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค จำนวน 3 เครื่อง 3. แท๊บแล็ต จำนวน 1 เครื่อง 4. สมุดบัญชีธนาคาร จำนวน 22 เล่ม 5. เอกสารการเงินสมุดใบมอบอำนาจจากต่างประเทศ 33 เล่ม 6. เอกสารการปลดอายัดเงิน มูลค่า 783,800,000 USD ของประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีลายเซ็น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ จำนวน 1 ฉบับ พฤติการณ์ เนื่องด้วยมีกลุ่มผู้เสียหาย 15 ราย ได้มาร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. กรณีได้ถูกกลุ่มมิจฉาชีพ ชักชวนมาระดมทุน โดยอ้างตนว่าเป็นนักธุรกิจใหญ่ไฮโซ เป็นเจ้าของ กองทุนน้ำมันประเทศไนจีเรีย มีโครงการจะนำเงินกองทุนน้ำมันเข้ามาประเทศไทย จึงมีความจำเป็น ต้องระดมทุนเพื่อดำเนินโครงการ หากทำสำเร็จ จะได้รับผลตอบแทนจำนวนมหาศาล และมีการนำเอกสาร รับรองเอกสารการปลดอายัดเงิน มูลค่า 783,800,000 USD ของประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งปรากฎลายเซ็น ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์, หนังสือรับรองความเป็นเจ้าของทองคำทั่วโลก มีลายน้ำซึ่งต้องใช้ไฟฉาย ชนิดพิเศษส่องถึงจะเห็น, เอกสารรับรองจากธนาคาร HSBC ประเทศจีน ซึ่งแสดงยอดเงิน 9 แสนล้านเหรียญ ดอลลาร์สหรัฐ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ โดยเสนอผลตอบแทน สูงถึง 20 เท่าของเงินลงทุน ในระยะเวลา 3 เดือน โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะตระเวนจัดงานชักชวนระดมทุน ตามโรงแรมในต่างจังหวัดต่างๆจากนั้น จะชักชวนผู้เสียหายเข้ากลุ่มไลน์ลงทุน มีการประชุมระดมทุนทางออนไลน์ทุกสัปดาห์ โดยอ้างเหตุว่า ต้องเสียค่าภาษี,ค่าธรรมเนียม, และค่าทนายสากล จนผู้เสียหายบางรายหมดเนื้อหมดตัวถึงกับต้องกู้เงินมาลงทุนต่อ เนื่องจากเสียดายเงินที่เคยได้ลงทุนไป ต่อมาเมื่อถึงกำหนดระยะเวลาจ่ายผลตอบแทน กลุ่มผู้ต้องหาพยายามบ่ายเบี่ยง ไม่จ่ายผลตอบแทน ให้กับผู้เสียหาย โดยอ้างเหตุขัดข้องต่างๆ จนผู้เสียหาย เกิดความสงสัย จึงได้นำเอกสารที่กลุ่มผู้ต้องหา เคยแอบอ้างว่าเป็นเจ้าของกองทุนน้ำมัน ส่งไปตรวจสอบที่สถานทูตไนจีเรีย ผลการตรวจสอบพบว่า เป็นเอกสารปลอมทั้งหมด จึงเชื่อว่าถูกกลุ่มผู้ต้องหาหลอกลวง เป็นเหตุให้กลุ่มผู้เสียหายได้รับความเสียหาย 13 ล้านบาท จึงได้มาร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก. 4 บก.ปอศ. ได้รวบรวมพยานหลักฐาน จนทราบว่าในคดีนี้มีผู้ร่วมกระทำความผิด ซึ่งแบ่งกันทำหน้าที่ต่างๆ ได้แก่ นายอธิณัฏฐ์ฯ อ้างว่าเป็นเจ้าของกองทุนน้ำมัน, นางสาวณันนภัชสรณ์ฯ หรือ มาดามเมตตา อ้างตัวว่าเป็นเจ้าของกองทุนน้ำมันทำงานร่วมกับนายอธิณัฏฐ์ฯ ทำหน้าที่คอยพูดชักชวน โน้มน้าวผู้อื่นให้มาร่วมลงทุน, นางเข็มทองฯ ทำหน้าที่เกี่ยวกับการดูแลการเงินต่างๆในการลงทุน เป็นเจ้าของบัญชี รับโอนเงินลงทุนกับผู้เสียหาย, นางสาวปรานิศาฯ และนายถาวรฯ ทำหน้าที่เป็นหัวหน้ากลุ่มไลน์ลงทุน คอยเผยแพร่ข้อมูลการลงทุนให้กับสมาชิกในกลุ่ม, และนางอนุภาฯ ทำหน้าที่เป็นพิธีกรดำเนินรายการในอีเว้นต์ ชักชวนระดมทุน พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติต่อศาลออกหมายจับกลุ่มผู้ต้องหา ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปอศ. ได้ระดมกำลังตรวจค้นจับกุม ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น, อำนาจเจริญ, อุบลราชธานี, ปทุมธานี, นนทบุรี กรุงเทพมหานคร จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 6 ราย ได้แก่ นางอนุภาฯ จับกุมได้ที่หอพักย่านคู้บอน เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร, นายถาวรฯ จับกุมได้ที่บ้านพักใน อ.พนา จ.อำนาจเจริญ, นางสาวปรานิศาฯ จับกุมได้ที่บ้านพัก อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี, นางเข็มทองฯ จับกุมได้ที่บ้านพัก อ.เมืองอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี, นางสาวณันนภัชสรณ์ฯ หรือมาดามเมตตา จับกุมได้ที่บ้านพัก อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี และนายอธิณัฏฐ์ฯ ซึ่งเป็นตัวการหลัก สามารถสกัดจับกุมได้บนทางหลวง จ.ขอนแก่น ขณะกำลังหลบหนีไปพร้อมบอดี้การ์ด พร้อมทั้งตรวจยึดพยานหลักฐาน จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย นำส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปอศ. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ในส่วนของเอกสารหน่วยงานรัฐ ซึ่งปรากฏลายมือชื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ จะได้ส่งตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ต้องหา พบว่ามีบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องจำนวน 22 บัญชี มีเงินหมุนเวียนในกลุ่มผู้ต้องหากว่า 150 ล้านบาท โดยหลังจากที่กลุ่มผู้ต้องหาได้รับเงินจากกลุ่มผู้เสียหาย จะมีการโอนเงินต่อเป็นทอดๆในกลุ่มผู้ต้องหา ปลายทางของเงินส่วนใหญ่ที่ได้รับมาจากกลุ่มผู้เสียหาย ถูกแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล อยู่ระหว่างขยายผลกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ขอเตือนภัยถึงพี่น้องประชาชน ขอให้ระมัดระวังการลงทุนกับบริษัท หรือกลุ่มบุคคลบางราย ที่อ้างว่าจะให้ผลตอบแทนสูงในระยะเวลาสั้น ซึ่งเป็นอัตราที่สูงผิดปกติ และเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด มิจฉาชีพมักใช้กลโกงหลายรูปแบบ เช่น โการอ้างชื่อกองทุนต่างประเทศ หน่วยงานรัฐ หรือองค์กรสากลเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.สาธิต หาวงษ์ชัย กก.4 บก.ปอศ. เบอร์ติดต่อ 08 9661 4282 “การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”





