“จ่าคิงส์” พาเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ร้อง ปคม. แฉขบวนการนรก “หลอกไปฆ่า-บังคับทำบัญชีม้า” ในกัมพูชา

“จ่าคิงส์” พาเหยื่อแก๊งสแกมเมอร์ร้อง ปคม. แฉขบวนการนรก “หลอกไปฆ่า-บังคับทำบัญชีม้า” ในกัมพูชา

“จ่าคิงส์” พาแม่และเมียหนุ่มชลบุรีเข้าร้อง ปคม. หลังถูกหลอกไปทำงานกัมพูชา ก่อนถูกจับข้อหาฆ่า รปภ. ขณะพยายามหนี ด้านเหยื่ออีกรายแฉละเอียดยิบ ถูกทหารกัมพูชาถือปืนคุมตัวส่งนายทุนจีน บังคับเปิดบัญชีม้าสูญนับแสน

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 17 ธ.ค. 68 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ อดีต สห.ทอ. นำกลุ่มผู้เสียหายประกอบด้วย นางดวงใจ สำโรง (แม่) และ น.ส.ศยามล หรือน้องหมิว (ภรรยา) ของนายศิระมงคล หรือ “เสือ” อายุ 24 ปี พร้อมด้วย นายธนัช หรือ “เปา” อายุ 38 ปี ผู้เสียหายที่หนีรอดมาได้ เข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปคม. เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับขบวนการหลอกคนไทยไปทำงานผิดกฎหมายในประเทศกัมพูชา
แม่ร่ำไห้! ลูกถูกหลอกไปขาย กลายเป็นผู้ต้องหาฆ่าคนตายในกัมพูชา

นางดวงใจ (แม่ของเสือ) เล่าด้วยเสียงสะอื้นว่า ลูกชายหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. โดยอ้างว่าไปฝึกงานอาหารเสริม แต่ผ่านไปเพียง 2 วัน ลูกส่งข้อความเตือนเพื่อนว่า “อย่ามา ไม่ต้องมาแล้ว” จนกระทั่งวันที่ 6 ธ.ค. ทราบข่าวร้ายว่าลูกถูกจับที่กัมพูชาในข้อหา “ร่วมกันฆ่า รปภ.” ของตึกสแกมเมอร์

“เสือยืนยันว่าไม่ได้ฆ่า แค่พยายามต่อสู้เพื่อหนีออกมาจากที่นั่น ตอนนี้ติดต่อลูกไม่ได้เลย ทราบแค่ว่าอยู่ระหว่างขึ้นศาลในกัมพูชา อยากให้ตำรวจช่วยพาเขากลับมา เขาถูกคนไทยด้วยกันหลอกไปขายแท้ๆ” นางดวงใจกล่าว

ด้าน น้องหมิว ภรรยาของเสือ ซึ่งอุ้มลูกสาววัยเพียง 3 เดือนมาร้องขอความเป็นธรรม ระบุว่าพบคลิปใน TikTok บัญชีหนึ่ง เป็นนาทีที่ตำรวจกัมพูชาบุกจับสามี จึงมั่นใจว่าสามีถูกคุมตัวอยู่จริง และอยากให้ทางการไทยเร่งประสานช่วยเหลือเพราะเป็นห่วงความปลอดภัย ไปแจ้วความ สภ.แสนสุข ก็ทำได้แค่ลง ปจว.ไว้ ก่อนจะไปร้องขอความช่วยเหลือทั้งที่สถานทูตกัมพูชา และกงสุลไทย ก็ยังไม่สามารถช่วยอะไรได้

ขณะที่ นายธนัช วาลารัมย์ หรือ เปา อายุ 38 ปี จ.บุรีรัมย์ ผู้เสียหายที่หนีรอดมาได้) ได้เปิดเผยข้อมูลสุดระทึกว่า ตนถูกหลอกผ่านเฟซบุ๊กอ้างว่าเป็นงานอาหารเสริมในกรุงเทพฯ แต่กลับถูกพาไปที่ชายแดน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ก่อนจะถูกพาเลี้ยวเข้าป่าอ้อยและมี ทหารกัมพูชาพร้อมอาวุธครบมือ เข้ามาล้อมจับเพื่อส่งตัวให้นายทุนจีนและบอสคนไทย
โดยนายเปาถูกยึดทรัพย์สิน: ถูกยึดบัตรประชาชนและโทรศัพท์มือถือ บังคับเปิดบัญชีม้า ถูกบังคับให้บอกรหัสแอปฯ ธนาคาร และสแกนหน้าเพื่อโอนย้ายเงินและใช้บัญชีส่วนตัว 5 บัญชีไปทำเป็นบัญชีม้า ข่มขู่กรรโชก ถูกสั่งให้ทำงานให้ได้ยอดวันละ 200,000 บาท หากทำไม่ได้จะถูกกักขัง
นายเปาเล่าต่อว่า ตนอาศัยจังหวะทหารเผลอ วิ่งหนีตายเข้าป่าหลบซ่อนตัว 1 คืน ก่อนจะพบนายทหารพรานไทยลาดตระเวนจึงขอความช่วยเหลือมาได้ ปัจจุบันพบว่าบัญชีธนาคารทั้ง 5 ของตนถูกอายัดและมีผู้เสียหายแจ้งความไว้ในหลายท้องที่
การดำเนินการของเจ้าหน้าที่
จ่าคิงส์และกลุ่มผู้เสียหายได้นำรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องในขบวนการ ทั้งคนไทยและต่างชาติ มอบให้พนักงานสอบสวน บก.ปคม. เพื่อขยายผลทลายขบวนการนี้ เนื่องจากเชื่อว่ายังมีคนไทยอีกจำนวนมากที่ยังถูกกักขังและตกเป็นเหยื่อในลักษณะเดียวกัน

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน บก.ปคม.สอบปากคำทั้งแม่ของนายเสือ และนายเปา เพื่อหาทางช่วยเหลือเหยื่อคนอื่นๆ และดำเนินคดีกับคนไทยที่หลอกลวงคนไทยด้วยกันส่งไปให้แก๊งสแกมเมอร์ตามกฎหมายต่อไป




You May Also Like