เพจ“ห้วยแถลง”ร้อง บก.ปปป.ตรวจสอบ การปฎิบัติหน้าที่ของตำรวจเหตุทำคดีไม่คืบ ปล่อยให้ผู้เสียหายต้องหาเงินฟ้องศาลเอง
วันที่ 27 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง น.ส นลิน โรจนวัทธิกร เจ้าของเพจห้วยแถลง นำกลุ่มผู้เสียหาย ที่ถูกเเก๊ง นุ่นหวยทิพย์ หลอกลวงผู้เสียหายในหลายรูปแบบ อาทิ โควต้าสลากทิพย์, สินค้าปลอดภาษีอ้างบริษัทดัง, การซื้อขายนาฬิกาแบรนด์เนม-รถยนต์-อสังหาริมทรัพย์ และการฝากงาน มูลค่าความเสียหายประมาณ 300 ล้านบาท ติดตามการดำเนินการของกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ตามที่เคยมายื่นหนังสือเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 ว่ากลุ่มผู้เสียหายที่มอบอำนาจให้นางสาวนลินฯ 13 ราย ได้แจ้งความไว้ที่ สน. และ สภ.หลายแห่งทั่วประเทศ แต่คดีไม่มีความคืบหน้า และบางคดีเช่นคดีของนางสาวลักษณ์ที่ถูกฉ้อโกง 173 ล้าน ที่อัยการสั่งไม่ฟ้องคดี แต่เมื่อนำคดีไปฟ้องศาลเองกลับชนะคดี ซึ่งล่าสุดเมื่อวันที่ 24 เดือนธันวาคม 2568และวันที่ 19 มกราคม 2569 ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้พิพากษาจำคุกนุ่น 2 คดีฐานฉ้อโกงสลากและนาฬิกาหรู รวม 28 ปี ฐานร่วมกันฉ้อโกง-พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ แต่นุ่นสารภาพจึงลดโทษเหลือ 14 ปี พร้อมมอบข้อมูล-หลักฐานสมุดบัญชีม้ากว่า 60 บัญชีพร้อมเอทีเอ็ม และนำสัญญาซื้อบ้านมูลค่า 50 ล้านวางเยียวยาให้ผู้เสียหาย
ผู้เสียหายส่วนใหญ่ตั้งข้อสังเกตุ มีผู้มีอิทธิพล หรือคนมีสีหนุนหลังอยู่หรือไม่ นุ่นและพวกถึงลอยนวลใช้ชีวิตกินหรูอยู่สบาย ส่งลูกเรียนเมืองนอก-ส่งเรียนโรงเรียนอินเตอร์ ซื้อบ้านราคานับ 10 ล้านอยู่อาศัยถึง 2 หลัง มีรถหรูหลายคัน มีตำแหน่งในพรรคการเมืง โดยไม่เคยถูกจับกุมมาก่อน มานับ 10 ปี!!
บางคดีแจ้งความไว้ตั้งแต่ปี 2565 พนักงานสอบสวนก็ไม่สรุปสำนวนส่งฟ้องไปอัยการ แม้แต่คดีที่มีผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ซึ่งเคยจับกุมนุ่นเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2567 ก็ดำเนินการสั่งฟ้องนุ่นและพวกไม่ทัน 7 ฝากจนต้องปล่อยตัวในเดือนกุมภาพันธ์2568 และจนถึงขณะนี้คดีก็ยังอยู่ในชั้นอัยการ ยังไม่ส่งฟ้องศาล จนผู้เสียหายต้องรวมตัวกันฟ้องศาลเองแล้วชนะคดีจึงทำให้นุ่นถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำในปัจจุบัน
นางสาวนลินฯเปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายได้ร้องเรียนตนเพิ่มอีก 5 ราย มูลค่าความเสียหายรวมประมาณกว่า 40 ล้านบาท และจากการติดตามสอบถามความคืบหน้าในเรื่องการร้องเรียนไปที่ ปปง. ทราบว่า ในคดีนี้ มีผู้เสียหายหลายคน ทางสำนักงานปปง.เคยได้รับ เรื่องร้องเรียนมาตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2565 มีการนำเสนอเรื่องไปที่ คณะกรรมการธุรกรรมฯ แต่เมื่อกองคดีพิจารณา มีมติจำหน่ายเรื่องออกจากสารบบ คาดว่าเพื่อรอคำพิพากษาถึงที่สุดให้คดีเรียบร้อยก่อน เนื่องจากมีบางคดีที่ผู้พิพากษา ตัดสินยกฟ้อง แต่ในคดีที่ มีการตัดสินไปแล้ว และมีคำพิพากษาถึงที่สุด ก็ไม่น่ามีปัญหาอะไร สามารถติดตามเส้นทางการทำธุรกรรม เพื่ออายัดทรัพย์นำมาเยี่ยวยาผู้เสียหายได้ตามลำดับ ซึ่งในคดีนี้ผู้ร้องได้มายื่นเรื่องไว้เมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา และมีผลพิพากษาถึงที่สุด หลังจากนี้จะเสนอเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณา คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3-4 เดือน จึงจะทราบผล





