รอวันวิกฤต ! “นศ.แม่โจ้-แพร่” สะท้อนภาพมุมกลับ แก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันในภาคเหนือ สถานการณ์ไฟป่า-หมอกควัน

รอวันวิกฤต ! "นศ.แม่โจ้-แพร่" สะท้อนภาพมุมกลับ แก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันในภาคเหนือ สถานการณ์ไฟป่า-หมอกควัน

ในขณะที่นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้-แพร่ เฉลิมพระเกียรติ ลงพื้นที่ศึกษาชุมชนบ้านเปาปม - ดงยาง ตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ ให้ความเห็นว่า รัฐควรเสริมแรงพื้นที่จัดการไฟป่าให้ดีและปลูกฝังเยาวชนในพื้นที่ร่วมกิจกรรม เพื่อความยั่งยืนในการแก้ปัญหาหมอกควันในอนาคต กิจกรรมนี้ ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา 

ผู้ช่วยศาสตาจารย์ดร.โอฬาร อ่องฬะ และคณาจารย์ นักศึกษาคณะรัฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยแม่โจ้ - แพร่ เฉลิมพระเกียรติจำนวน 30 คน เข้าพื้นที่ชุมชนหมู่ที่ 7 บ้านเปาปม - ดงยาง ตำบลนาพูน อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่  เพื่อศักษาวิถีวัฒนธรรม
ความเป็นอยู่ และแนวทางการจัดการสิ่งแวดล้อมในชุมชน  โดยนักศึกษาได้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม  เข้าศึกษาวิธีการจัดการน้ำจากพื้นที่ภูเขามาจนถึงที่ลุ่มต่ำในชุมชน , ศึกษาวัฒน
ธรรมความเป็นอยู่ของชาวอาข่าในพื้นที่และศึกษาการจัดการป่าชุมชนบ้านเปาปม - ดงยาง  เป็นกรณีศึกษาประกอบในห้องเรียน 

นอกจากการศึกษาใน 3 กรณีดังกล่าวยังมีเวทีเสวนาความสำเร็จหรือศักยภาพของการทำงานจัดการสิ่งแวดล้อมในตำบลนาพูน และการสรุปบทเรียนการรับรู้ของนักศึกษา รวมทั้งยังเป็นเวทีเติมเต็มข้อมูล ให้กับนักศึกษา  เพื่อสร้างประสบการณ์การเรียนรู้
ในเวทีดังกล่าว มีคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ  นายวิเชียร สมฤทธิ์ ประธานเครือข่ายป่าชุมชนบ้านเปาปม - ดงยาง หน่วยงานภาครัฐ  อาทิ นายจำลอง ชะนะมณี กรมเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม, นายพิทักษ์ อุดเมือง นายก อบต.นาพูน, นายวีรพล กึกก้อง ผู้อำนวยการส่วนจัดการป่าชุมชน สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้
ที่ 3 สาขาแพร่ , นายชูชาติ สมบูรณ์เถกิง ประธานเครือข่าย ทสม.อำเภอเด่นชัย และนายอดิศร ฉลวย ภาคประชาสังคมขับเคลื่อนเมืองไม้ยั่งยืน มาคอยให้คำปรึกษา 

ซึ่งสถานการณ์สิ่งแวดล้อม มลภาวะทางอากาศในจังหวัดแพร่ กำลังทวีความรุ่นแรงมากขึ้นทุกขณะ ในภาพรวมแล้วพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่ป่าอนุรักษ์ และที่ดินภาคเกษตรกรรม ถือครองเอกสารสิทธิ์ สปก.4-01 ทั้ง 8 อำเภอกำลังจะกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดไฟป่า จนเกิดมลภาวะ หมอกควัน เป็นพื้นที่หลักๆ ที่ทำให้ค่าฝุ่นละอองในอากาศมีเพิ่มขึ้นจนเป็นอันตรายต่อสุขภาพ  สำหรับที่บ้านเปาปม - ดงยาง  ประชาชนจับมือกันแก้ปัญหาไฟป่า หมอกควันได้อย่างเป็นรูปธรรม สามารถรักษาป่าไม่ให้เกิดไฟป่าได้กว่า 20,000 ไร่ กลายเป็นพื้นที่ป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ จนเป็นที่ประจักษ์ ได้รับรางวัลในระดับประเทศหลายรางวัล  การอนุรักษ์ป่าทำให้เกิดอาหารท้องถิ่น เช่น ผักหวาน ไข่มดแดง รวมทั้งผักพื้นบ้านชนิดอื่นๆ อีกมากมาย สร้างเศรษฐกิจให้กับคนในชุมชนได้ในทุกฤดูกาล

นายฐิติวัฒน์ จารุเนตรรัศมี นักศึกษารัฐศาสตร์ชั้นปีที่ 1  มหาวิทยาลัยแม่โจ้- แพร่ เฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า  หลังจากได้มาศึกษาชุมชนบ้านเปาปม - ดงยาง พบว่า การป้องกันไฟป่ามีประสิทธิ
ภาพมาก  การป้องกันไฟป่ามีการเข้าป่าทำแนวกันไฟเดือนละครั้ง  แนวกันไฟสามารถลดไฟป่า-หมอกควันได้  ซึ่งผลประโยชน์ระยะยาวเกิดกับชุมชน

 นอกจากนั้นยังมีการขยายผลออกไปยังหมู่บ้านข้างเคียง ซึ่งมั่นใจว่าปัญหาไฟป่าหมอกควันจะลดลงอย่างแน่นอน  ถือว่าหมู่บ้านเปาปม - ดงยาง เป็นตัวอย่างที่ดีและเป็นพื้นที่ กรณีศึกษา  ในมุมมองของเยาวชน การแก้ปัญหาไฟป่าพบว่า ระบบราชการไม่ค่อยให้ความสำคัญเรื่องแรงจูงใจให้หยุดเผาป่าที่ผ่านมาพบว่า หมู่บ้านใดที่รักษาป่าได้ดี ก็จะได้งบประมาณพัฒนาระบบแก้ปัญหาไฟป่า  ในขณะที่บ้านไหนที่เกิดไฟป่าก็จะได้งบประมาณมาเยียวยาเพื่อการปรับปรุงต่อไป  ในมุมมองของตนเองคิดว่า  ถ้าหมู่บ้านใดไม่มีไฟป่าเกิดขึ้นเลยในเวลา  1 ปี 2 ปี หรือ 3 ปีติดต่อกัน ภาครัฐควรมีงบประมาณมอบให้กับหมู่บ้านเหล่านี้ได้นำไปพัฒนาระบบให้ดีกว่าเดิม ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้กับชุมชนต่างๆ มีความพยายามมากขึ้น เพราะเกิดแรงจูงใจ  งบประมาณส่วนนี้จะสานต่อ ถ่ายทอดจากรุ่นเก่าไปสู่คนรุ่นใหม่ ปลูกฝังการอนุรักษ์ป่า เอาเงินส่วนนี้ไปจ้างเด็กเยาวชน  ในวันหยุด ปิดเทอม สร้างรายได้เสริมให้น้องๆ ไปเฝ้าไฟป่า ถือเป็น กุศโลบายในการแก้ปัญหาไฟป่าหมอกควันและยังสานต่อไปยังคนรุ่นใหม่ เข้ามาทดแทนคนรุ่นเก่าได้อีกด้วย

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่



You May Also Like