หนุ่มแสบ! อ้างเป็นหมวดป๊อบ หลอกสาวคบหา ก่อนฉกทอง 2 บาทหนี ผู้เสียหายร้อง “สายไหมต้องรอด” ช่วยติดตามคดี

หนุ่มแสบ! อ้างเป็นหมวดป๊อบ หลอกสาวคบหา ก่อนฉกทอง 2 บาทหนี ผู้เสียหายร้อง “สายไหมต้องรอด” ช่วยติดตามคดี
.
วันที่ 21 เมษายน 2569 นางสาวดา (นามสมมติ) เข้าร้องเรียนกับเพจสายไหมต้องรอด หลังถูกชายหนุ่มแอบอ้างเป็นตำรวจยศ “ร.ต.ท.” หลอกให้รักก่อนขโมยทรัพย์สินและทำร้ายร่างกาย พบประวัติแอบอ้างซ้ำซ้อนแต่คดียังไม่คืบหน้า
.
ผู้เสียหายเล่าว่า เมื่อต้นปี 2567 ได้รู้จักกับฝ่ายชายผ่านเฟซบุ๊ก โดยเขาอ้างตัวว่าเป็นอดีตทหารองครักษ์ยศร้อยโท ปัจจุบันโอนย้ายมาเป็นตำรวจชื่อ “หมวดป๊อบ” สังกัด สน.คันนายาว ทำหน้าที่ปราบปรามยาเสพติด และมักอ้างว่าเคยร่วมในคดีวิสามัญฆาตกรรมชื่อดังเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ
.
ระหว่างคบหากัน ฝ่ายชายมักสวมเครื่องแบบตำรวจทั้งเต็มยศและชุดนอกเครื่องแบบพาเธอไปที่ต่างๆ รวมถึงเคยพาไปที่ สน.คันนายาว โดยให้เธอรอในรถอ้างว่าเข้าไปส่งของให้สารวัตร พฤติกรรมดังกล่าวทำให้เธอเชื่อสนิทใจว่าเป็นตำรวจจริง
.
หลังคบหาได้ประมาณ 4 เดือน ฝ่ายชายเริ่มขอยืมเงินรวมกว่า 30,000-40,000 บาท อ้างว่าบัญชีถูกอายัดเพราะ “ลูกพี่” (สารวัตร) นำเงินค้ายาเสพติดมาฝากไว้ นอกจากนี้ผู้เสียหายยังระบุว่า เคยถูกฝ่ายชายนำอาวุธปืนจ่อศีรษะและทำร้ายร่างกายเมื่อมีปากเสียงกัน เคยพบยาเสพติดในกระเป๋าของฝ่ายชาย เพื่อนที่เป็นตำรวจจริงสังเกตเห็นความผิดปกติของเครื่องแบบ เมื่อตรวจสอบฐานข้อมูลกลับ ไม่พบชื่อ “หมวดป๊อบ” ในระบบสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
.
ต่อมาผู้เสียหายพบว่าทองรูปพรรณในตู้เซฟ รวมถึงกำไลข้อเท้าของลูกหายไปทั้งหมด โดยมี “ทองปลอม” 3 เส้น วางทิ้งไว้แทนที่ เธอเชื่อว่าฝ่ายชายเป็นคนทำเนื่องจากอาศัยอยู่ด้วยกันเพียงสองคน และคาดว่าเขาแอบดูรหัสตู้เซฟที่เธอจดไว้ในสมุดหัวเตียง
.
เมื่อวันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมา เธอได้พาฝ่ายชายซึ่งยังสวมเครื่องแบบตำรวจไปที่ สน.ห้วยขวาง เพื่อแจ้งความ แต่ตำรวจกลับแจ้งว่าพยานหลักฐานไม่เพียงพอที่จะดำเนินคดีลักทรัพย์ และให้เธอไปหาหลักฐานมาเอง แม้จะตรวจค้นพบปืนปลอมและปืนไทยประดิษฐ์ในห้องพัก แต่ฝ่ายชายกลับถูกปล่อยตัวในวันเดียวกัน
.
ปัจจุบันฝ่ายชายยังคงโพสต์ TikTok สวมเครื่องแบบตำรวจแอบอ้างตามปกติ และกลับมาราวีข่มขู่ถ่ายภาพรถและห้องพักจนเธอรู้สึกไม่ปลอดภัย
.
นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด ระบุว่าคดีผ่านมา 5 เดือนแต่ไม่มีความคืบหน้า หลังจากนี้จะประสานไปยัง ผกก.สน.ห้วยขวาง เพื่อติดตามคดีลักทรัพย์และเร่งนำทรัพย์สินคืนผู้เสียหาย
.
ผกก.สน.คันนายาว ตรวจสอบกรณีแอบอ้างเป็นเจ้าพนักงาน และตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจคนใดรู้เห็นเป็นใจ ปล่อยให้บุคคลภายนอกเข้านอกออกในโรงพักเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือไปหลอกลวงผู้อื่นหรือไม่




You May Also Like