“จ่าคิงส์” พาเหยื่อสาวร้องกองปราบ ถูก “นอ.ทหารเรือ” ยักยอกทรัพย์ 1.2 ล้าน-ทอง-เพชร อ้างชื่อ ผบ.ทร. บ่ายเบี่ยงคืนทรัพย์

"จ่าคิงส์" พาเหยื่อสาวร้องกองปราบ ถูก "นอ.ทหารเรือ" ยักยอกทรัพย์ 1.2 ล้าน-ทอง-เพชร อ้างชื่อ ผบ.ทร. บ่ายเบี่ยงคืนทรัพย์

เวลา 10.30 น. วันที่ 28 เม.ย.69 ที่ บริเวณหน้าแดนเนรมิตเก่า (ริมฟุตบาท) จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ อดีตทหารอากาศคนดัง ได้พา น.ส.หนิง (นามสมมติ) อายุ 51 ปี เข้าร้องเรียนต่อสื่อมวลชนและเตรียมเข้าปรึกษาเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม (บก.ป.) 

ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กรณีถูกนายทหารเรือยศ "นาวาเอก" ซึ่งเป็นอดีตคนรักที่คบหากันมาเกือบ 10 ปี ยักยอกเงินสดกว่า 1.2 ล้านบาท พร้อมเครื่องประดับมีค่าหลายรายการ ก่อนจะบ่ายเบี่ยงและอ้างชื่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงเพื่อเลี่ยงการคืนทรัพย์สิน และ ร้องเรียนเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ของนายทหารเรือ กับ พงส.บก.ปปป. 

น.ส.หนิง เปิดเผยรายละเอียดว่า ตนเองคบหาและอยู่กินกับนาวาเอกรายนี้มาตั้งแต่ปี 2560 ระหว่างที่ใช้ชีวิตร่วมกัน ฝ่ายชายได้ขอยืมเงินไปรวมกว่า 1.2 ล้านบาท โดยมีหลักฐานการพูดคุยทางแอปพลิเคชันไลน์ ต่อมาตนต้องเดินทางไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ในปี 2561 แต่ยังคงติดต่อกันอยู่เสมอ ซึ่งฝ่ายชายมักจะอ้างว่า "ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) สั่งให้ออกเรือไปตรวจจับน้ำมันเถื่อน" อยู่เป็นประจำ ทำให้ไม่สะดวกในการจัดการเรื่องเงินและทรัพย์สิน

กระทั่งเดือนสิงหาคม 2568 เมื่อตนกลับมาถึงประเทศไทยและทวงถามถึงทรัพย์สินที่ฝากไว้ ประกอบด้วย เงินสด 1.2 ล้านบาท (ที่ยืมไป) , ทองคำ หนัก 3 บาท , เครื่องประดับ แหวนเพชร และนาฬิกาหรู , ของใช้ส่วนตัวอื่น ๆ 

นาวาเอก รายนี้กลับให้ข้อมูลสับสน ครั้งแรกอ้างว่าของอยู่ที่บ้าน แต่เมื่อตนจะเข้าไปเอา กลับอ้างว่าไม่มีกุญแจบ้าน และสุดท้ายอ้างว่า "นำทองและแหวนเพชรลงเรือไปด้วย" จนนำไปสู่การมีปากเสียงอย่างรุนแรง ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า

นอกจากนี้ น.ส.หนิง ยังได้ร้องเรียนไปยังกองทัพเรือเพื่อให้ตรวจสอบวินัย ซึ่งผลการสอบสวนเบื้องต้นระบุว่า นาวาเอกรายนี้ยอมรับว่ามีการอ้างชื่อผู้บังคับบัญชาเพื่อไปทำภารกิจน้ำมันเถื่อนจริง ทั้งที่ไม่ได้มีคำสั่งดังกล่าว แต่ทางคณะกรรมการฯ กลับมีความเห็นว่าการนำชื่อผู้บังคับบัญชามาอ้างนั้น "ใครก็ทำได้" ไม่ถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรง ส่วนเรื่องทรัพย์สินให้ไปฟ้องร้องกันเอง

"ดิฉันรู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม การนำชื่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงมาแอบอ้างเพื่อปกปิดการยักยอกทรัพย์ควรมีความผิดทางวินัยอย่างชัดเจน  แต่ทาง ทร.อ้างว่ารอผลคดีทางอาญาอยู่

ตอนนี้คดีความที่ สภ.เมือง สงขลา ก็เงียบหาย และดิฉันเริ่มรู้สึกไม่ปลอดภัยเนื่องจากคู่กรณีเป็นข้าราชการระดับสูง จึงต้องมาขอความช่วยเหลือจากจ่าคิงส์เพื่อพาเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปรามให้เร่งรัดคดี" น.ส.หนิง  กล่าว

ด้าน จ่าคิงส์ แตงทิม ระบุว่า วันนี้พาผู้เสียหายออกมาเปิดเผยความจริงเพื่อให้สังคมช่วยตรวจสอบ และจะพาเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมายเพื่อให้ความเป็นธรรมกับฝ่ายหญิง เนื่องจากมูลค่าความเสียหายค่อนข้างสูงและมีการใช้อิทธิพลทางหน้าที่การงานมาเกี่ยวข้อง

เบื้องต้นพนักงานสอบสวน บก.ป.ได้ประสานไปยัง พงส.สภ.เมือง สงขลา  ให้ดำเนินการเร่งรัดคดียักยอกทรัพย์ตามกฎหมายโดยไว



You May Also Like