[ครั้งแรกในไทย] "ปริญญา" เผยโมเดลประวัติศาสตร์ ช่วย 4 ผู้ต้องขัง "ทำงานไถ่ตัว" แทนการติดคุกกรณีไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ กรุงเทพฯ – ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล เปิดเผยความสำเร็จครั้งแรกของประเทศไทยในการขับเคลื่อนกระบวนการยุติธรรมเพื่อคนยากจน หลังช่วยผู้ต้องขัง 4 รายที่ต้องโทษจำคุกเพียงเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าปรับ ให้สามารถทำงานบริการสังคมเพื่อ "ไถ่ตัวเอง" ออกจากเรือนจำได้ตามกฎหมาย ในอัตราวันละ 500 บาท ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้นำเสนอความคืบหน้ากรณีความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้ต้องขังที่ "ติดคุกเพราะความจน" หรือกลุ่มผู้ต้องขังที่ศาลสั่งปรับแต่ไม่มีเงินชำระ จนต้องถูกกักขังแทนค่าปรับ จุดเปลี่ยนสำคัญ: การดำเนินงานในครั้งนี้ถือเป็น ครั้งแรกของประเทศไทย ที่มีการบังคับใช้ข้อกฎหมายเพื่อให้ผู้ต้องขังที่ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำไปแล้ว สามารถขอเปลี่ยนโทษกักขังแทนค่าปรับ มาเป็นการทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์เพื่อชดเชยค่าปรับ แทนการนอนในเรือนจำ เกณฑ์การคำนวณ: กฎหมายอนุญาตให้ผู้ต้องขังทำงานแลกกับการลดค่าปรับในอัตรา 500 บาทต่อวัน เป้าหมาย: เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม ไม่ให้คุกมีไว้ขังแค่คนจน และช่วยลดความแออัดในเรือนจำ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง: ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 30/1 ระบุว่าผู้ต้องโทษกักขังแทนค่าปรับ สามารถร้องขอต่อศาลเพื่อทำงานบริการสังคมแทนได้ แต่ในอดีตมักประสบปัญหาเรื่องขั้นตอนทางปฏิบัติและการเข้าถึงสิทธิของผู้ต้องขัง ผลกระทบทางสังคม: โมเดลนี้ช่วยให้ผู้ที่ไม่ได้มีพฤติกรรมเป็นอาชญากรโดยสันดาน แต่กระทำผิดในฐานความผิดที่มีโทษปรับ ได้มีโอกาสกลับไปดูแลครอบครัวและทำงานสุจริต แทนการต้องเสียประวัติหรือซึมซับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมจากภายในเรือนจำ ก้าวต่อไป: อ.ปริญญา และทีมกฎหมายตั้งเป้าที่จะขยายผลโมเดลนี้ไปสู่เรือนจำทั่วประเทศ เพื่อให้สิทธินี้เป็นมาตรฐานที่ผู้ต้องขังยากไร้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ เครดิตข้อมูล: ผศ.ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล / คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวบรวมข้อมูลโดย: ฝ่ายข่าวสิทธิมนุษยชนและกระบวนการยุติธรรม #ปริญญาเทวานฤมิตรกุล #ทำงานแทนค่าปรับ #ยุติธรรมเท่าเทียม #คุกไม่ได้มีไว้ขังคนจน #สิทธิผู้ต้องขัง #กฎหมายน่ารู้ #ครั้งแรกในไทย #กระบวนการยุติธรรม #ธรรมศาสตร์
