ตำรวจสอบสวนกลาง CIB รวบอดีตสามี – ภรรยา เปิดร้านคาราโอเกะ บังคับเด็กสาวค้ากาม
ท้าทายกฎหมาย พบมีประวัติเคยถูกจับคดีค้ามนุษย์ ยังทำซ้ำ
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ภายใต้
การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.วิทยา
ศรีประเสริฐภาพ ผบก.ปคม., พ.ต.อ.พัฒนา ฉายาวัฒน์, พ.ต.อ.ณรงค์ เทศวิบูลย์, พ.ต.อ.มารุต กาญจนขันธกุล,
พ.ต.อ.ทองศูนย์ อุ่นวงค์, พ.ต.อ.เถกิงวุฒิ กิตติศุภคุณ, พ.ต.อ.มนูญ แก้วก่ำ รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.อรรถพร สุริยเลิศ รรท.รอง ผบก.ปคม., พ.ต.อ.พงศกร โนรี ประจำ(สบ5) บก.ปคม., พ.ต.อ.อลงกต คชแก้ว ผกก.5 บก.ปคม., พ.ต.อ.วริษฐ์ ปทุมารักษ์ ผกก.2 บก.ปคม., พ.ต.ท.อาทิตย์ พุ่มทอง, พ.ต.ท.เกริก เสนาะสำเนียง รอง ผกก.5 บก.ปคม., พ.ต.ท.เกียรติก้อง ทองคำ และ พ.ต.ท.เสริมศักดิ์ น้อยหัวหาด รอง ผกก.2 บก.ปคม.
เจ้าหน้าที่จับกุม นำโดย พ.ต.ท.นัฐพล ดาวเวียง สว.กก.5 บก.ปคม., พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 และกก.2 บก.ปคม.
ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 2 ราย คือ
- น.ส.สกุลณาฯ (เจ้าของร้าน) อายุ 43 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 7203/2568 ลงวันที่
2 ธ.ค. 2568 - นายนิวัฒน์ฯ (อดีตสามีเจ้าของร้าน) อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 7201/2568
ลงวันที่ 2 ธ.ค. 2568
ต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐาน
ค้ามนุษย์ฯ”
พฤติการณ์ ก่อนเข้าทำการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. พร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิ International Protection Alliance (IPA) และ เจ้าหน้าที่มูลนิธิ Our Rescue ประเทศไทย ได้ทำการช่วยเหลือ น.ส.เอ และ น.ส.บี (นามสมมติ) อายุ 16 ปี ผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ เข้ารับการคุ้มครอง
สวัสดิภาพ และฟื้นฟูสภาพจิตใจ ณ สถานคุ้มครองผู้เสียหายจากการค้ามนุษย์ จากการซักถามผู้เสียหายทั้งสอง ได้ความว่าเมื่อประมาณกลางปี 2567 ขณะนั้นผู้เสียหายทั้งสอง อายุเพียง 15 ปี ได้ชักชวนกันไปเที่ยวที่พัทยา จ.ชลบุรี ขณะที่อยู่พัทยา ได้ชักชวนไปทำงานร้านคาราโอเกะในพื้นที่ อ.สัตหีบ ผู้เสียหายจึงได้ตกลงไปทำงานด้วยกัน หลังจากติดต่อกันทางร้านแล้วเรียบร้อย นายนิวัฒน์ฯ ได้ขับรถยนต์กระบะพาพวกผู้เสียหายไปที่ร้านดังกล่าวในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และได้เริ่มทำงานที่ร้านในวันรุ่งขึ้น
โดยร้านคาราโอเกะเป็นห้องแอร์ มีตู้คาราโอเกะแบบหยอดเหรียญให้ลูกค้าร้องเพลงได้ เปิดให้บริการตอน 17.00 น. ปิดตอน 03.00 น. หรือบางครั้งเปิดจนถึงเช้า ขึ้นอยู่กับว่าลูกค้าจะกลับตอนไหน ในส่วนของวิธีการซื้อบริการทางเพศจากทางร้านจะเป็นการนั่งดื่มก่อน แล้วค่อยตกลงการจ่ายเงินค่าตัวกัน โดยลูกค้าจะจ่ายเงินให้กับ น.ส.สกุลณาฯ มีทั้งการโอน และการจ่ายเป็นเงินสดที่หน้าร้าน จากนั้นจะไปให้บริการทางเพศ
แก่ลูกค้าที่รีสอร์ท บริเวณใกล้กับร้าน ในส่วนเงินค่าตัวที่ออกแขกจะได้ค่าตัวครั้งละ 1,500 บาท ทั้งหมดที่ได้
ในทุกครั้งจะต้องหักให้กับทางร้าน 300 บาท เหลือ 1,200 บาท เป็นค่าตัวที่ได้จริง น.ส.สกุลณาฯ จะรวบรวมเก็บไว้ และจะรวมจ่ายเป็นเงินเดือนทุกสิ้นเดือนหรือวันที่ 1 ของเดือนถัดไป ในแต่ละเดือนมีการหักค่าน้ำค่าไฟอีก 200 บาท
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. ได้ทำการสืบสวนจนทราบแน่ชัดแล้วว่า น.ส.สกุลณาฯ และ
นายนิวัฒน์ฯ ได้เลิกรากันไปแล้ว แต่ทั้งคู่ยังอยู่ในพื้นที่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดย น.ส.สกุลณาฯ ยังคงเปิดร้าน
คาราโอเกะอยู่ดังเดิม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการจับกุม น.ส.สกุลณาฯ ได้ที่ร้านคาราโอเกะ หมู่ที่ 4
ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี และ ได้ตรวจสอบอายุของพนักงานของทางร้านกว่า 20 คน พบว่าอายุเกิน 18 ปี แต่ในขณะเข้าจับกุมยังไม่พบตัว นายนิวัฒน์ฯ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.5 บก.ปคม. เชื่อว่านายนิวัฒน์ฯ
ทราบข่าวการจับกุม จะต้องมาดูที่ร้าน จึงได้วางกำลังดักซุ่มดู กระทั่งกลางดึกของคืนเดียวกัน นายนิวัฒน์ฯ
ได้ขับรถเข้ามาดูร้านจริง และเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมตัวไว้ได้
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น
- น.ส.สกุลณาฯ ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
- นายนิวัฒน์ฯ ให้การรับให้การภาคเสธ และให้การเพิ่มเติมอีกว่าตนเป็นอดีตสามีของ น.ส.สกุลณาฯ ทำหน้าที่หาเด็ก และรับส่งเด็กที่มาทำงานที่ร้านจริง แต่ไม่เคยรู้ว่ามีการค้าประเวณีในร้าน
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.นัฐพล ดาวเวียง สว.กก.5 บก.ปคม.
โทร. 064 – 8251954



