”พี่ศรี“โวยศูนย์บริการทางหลวงบางปะกงปล่อยมลพิษน้ำเสียขยะล้น
วันที่ 15 มิ.ย.69 เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์บริการทางหลวงบางปะกง กรมทางหลวง นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ซึ่งได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในตำบลเขาดินว่า ได้รับความเดือดร้อนจากมลพิษ น้ำเน่า กลิ่นเหม็น และขยะล้นพื้นที่ในบริเวณสถานที่บริการทางหลวงบางปะกง (Bangpakong Service Area) ซึ่งเป็นที่พักริมทางขนาดกลาง บริเวณ กม.49+300 สะพานข้ามแม่น้ำบางปะกง บนทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 7 ขอให้ช่วยตรวจสอบ และดำเนินการร้องเอาผิดกรมทางหลวง และผู้รับสัมปทานพื้นที่ขายของ ที่ก่อมลพิษดังกล่าวด้วย
จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบพื้นที่ดังกล่าวมีพื้นที่ 29.9 ไร่ มี 130 ร้านค้า 270 คูหา ประกอบด้วย สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ได้แก่ ที่จอดรถ ศาลาพักผ่อน ห้องน้ำบริการประชาชน ร้านอาหาร ร้านขายของ สถานีบริการน้ำมัน ฯลฯ พบว่าการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมบริเวณด้านหลังของอาคารร้านค้าล้มเหลวโดยสิ้นเชิง มีเศษขยะจากร้านค้า หมักหมมกระจายเต็มพื้นที่ว่างเปล่าซึ่งเป็นถนนคู่ขนานทั้งสองด้านเต็มไปหมด ส่วนในรางระบายน้ำเสียก็เต็มไปด้วยเศษขยะสารพัดชนิด ทำให้น้ำเป็นสีดำคล้ำ มีกลิ่นเหม็น เต็มไปด้วยหนู แมลงสาบ ฝูงยุง ซึ่งเป็นแหล่งบ่มเพาะและแพร่กระจายของเชื้อโรคอย่างดี น้ำเสียที่เกิดขึ้นไม่มีการบำบัด แต่ปล่อยให้ไหลออกไปยังพื้นที่ข้างเคียง และอาจไหลลงสู่แม่น้ำบางปะกงที่อยู่ไม่ไกลจากพื้นที่ ซึ่งเป็นแหล่งสูบน้ำประปาของชุมชนและของอีสต์วอเตอร์ได้
พื้นที่ดังกล่าวอยู่ในเขตความรับผิดชอบของแขวงทางหวงพิเศษระหว่างเมือง กรมทางหลวง ซึ่งทำได้เพียงน้ำป้ายมาติดตั้งประกาศห้ามมิให้ผู้ใดทิ้งขยะมูลฝอยหรือสิ่งอื่นๆในเขตทางหลวง หากฝ่าฝืนมีความผิดตามมาตรา 71 แห่ง พรบ.ทางหลวง 2535 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ และยังเขียนขู่ไว้อีกว่า “เจอจับ ปรับทันที” อีกด้วย โดยระบุหมายเลขโทรศัพท์ให้ร้องเรียนได้ที่เบอร์ 038-578-675 แต่เมื่อโทรฯไปปรากฎว่าเบอร์ดังกล่าวถูกยกเลิกไปแล้ว
ทั้งนี้ข้อเท็จจริงคือ มีการปล่อยปละละเลยอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจน และขัดต่อข้อกําหนดกรมทางหลวง เรื่อง มาตรฐานและลักษณะที่พักริมทางในเขตทางหลวงพิเศษและทางหลวงสัมปทานอย่างชัดเจน ที่กำหนดว่าต้องจัดให้มีระบบการจัดการของเสียและสิ่งปฏิกูลต่างๆ ในบริเวณที่พักริมทาง รวมทั้งระบบ การคัดแยกและจัดเก็บขยะมูลฝอย และการจัดระบบบําบัดน้ำเสียและสิ่งปฏิกูลก่อนระบายสู่ธรรมชาติ ตามที่กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับกําหนด และต้องสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดเวลา ทั้งนี้ ต้องไม่ก่อให้เกิดมลภาวะแก่ผู้ใช้บริการและพื้นที่โดยรอบที่พักริมทาง
อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบศูนย์บริการทางหลวงฯดังกล่าว กรมทางหลวงได้ให้สัมปทานกับนายทุนพลังงานขนาดใหญ่ของไทยเป็นระยะเวลา 30 ปี (2541-2570) ซึ่งจะหมดสัญญาในปีหน้านี้แล้ว ผู้รับสัญญาจึงไม่กระตือรือร้นที่จะปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทั้งๆที่เป็นบริษัทมหาชนที่โฆษณาชวนเชื่ออยู่ตลอดเวลาว่ารักษ์สิ่งแวดล้อม เรื่องนี้คงไม่จบง่าย ๆ สมาคมจะรวบรวมข้อมูลและนำความไปร้องผู้ตรวจการแผ่นดิน และ ป.ป.ช.เพื่อตรวจสอบเอาผิดต่อไป



