หัวอกพ่อแม่ใจสลาย!

จ่าคิงส์ พาพ่อน้องนศ. ม.6 เหยื่อวินชนดับ ร้องกองปราบ เอาผิด ม.157 ร้อยเวรดอนเมือง ทำสำนวนขัดตาอัยการ แถมปล่อยคนนอกสวมรอยอมเงิน “ค่ามนุษยธรรม” หน้าตาเฉย


หัวอกพ่อแม่ใจสลาย! จ่าคิงส์ พาพ่อน้องนศ. ม.6 เหยื่อวินชนดับ ร้องกองปราบ เอาผิด ม.157 ร้อยเวรดอนเมือง ทำสำนวนขัดตาอัยการ แถมปล่อยคนนอกสวมรอยอมเงิน "ค่ามนุษยธรรม" หน้าตาเฉย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันพรุ่งนี้(พุธที่ 24 มิ.ย. 2569 เวลา 10.30 น. ที่บริเวณด้านหน้าแดนเนรมิตเก่าริมฟุตบาท จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ ได้พามารดาของ น.ส.กชวรรณ พ่วงนาคพันธ์ หรือน้องกช นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนสีกัน (วัฒนานันท์อุปถัมภ์) ซึ่งเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกัน เข้าร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรมต่อสื่อมวลชน ก่อนเดินทางเข้าพบผู้บังคับการปราบปราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีตามมาตรา 157 กับพนักงานสอบสวน เจ้าของคดี หลังพบพฤติกรรมส่อทำสำนวนช่วยเหลือคู่กรณีให้พ้นผิด และปล่อยให้บุคคลอื่นแอบอ้างชื่อมารดาไปรับเงินค่าเสียหายต่อหน้าต่อตา มารดาของผู้เสียชีวิตเปิดเผยด้วยน้ำตานองหน้าว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 ลูกสาวได้นั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์รับจ้างเพื่อเดินทางไปซ้อมละครที่โรงเรียน เมื่อถึงบริเวณจุดเกิดเหตุซึ่งเป็นทางแยกทางร่วมภายในซอย ได้มีรถจักรยานยนต์อีกคันวิ่งมาชนท้ายอย่างรุนแรง เป็นเหตุให้น้องกชกระเด็นศีรษะกระแทกขอบฟุตบาทอย่างแรง บาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมาที่โรงพยาบาลมงกุฎวัฒนะ ในคดีนี้ มี พ.ต.ท.จิรภัทร พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เป็นเจ้าของคดี ซึ่งในตอนแรกระบุว่าคดีไม่ซับซ้อน เป็นการ "ประมาทร่วม" และจะสั่งฟ้องคู่กรณีทั้งสองฝ่าย แต่เมื่อสำนวนส่งไปยังชั้นอัยการ ปรากฏว่าตำรวจกลับสั่งฟ้องเพียงคนขับวินจักรยานยนต์รับจ้างแค่คนเดียว ส่วนคู่กรณีอีกคันกลับหลุดคดี โดยร้อยเวรอ้างว่าคู่กรณีมาทางเอก วินมอเตอร์ไซค์มาทางโท ทั้งที่เป็นซอยแยกย่อยและไม่มีป้ายจราจรใดๆ ความจริงมาปรากฏเมื่อมารดาทำเรื่องคัดค้านไปยังอัยการ ซึ่งทางอัยการและอธิบดีอัยการได้เปิดคลิปวิดีโอกล้องวงจรปิดดูอย่างละเอียดแล้วเห็นตรงกันว่า "เป็นการขับรถโดยประมาทร่วมกันจริง" จึงได้ออกหนังสือคำสั่งให้พนักงานสอบสวน สน.ดอนเมือง เรียกตัวคู่กรณีอีกรายมารับทราบข้อกล่าวหาทันที ทว่า เมื่อมารดาไปติดตามความคืบหน้า กลับพบท่าทีของร้อยเวรที่พูดจาในลักษณะเข้าข้างคู่กรณีอย่างชัดเจน โดยโทรศัพท์นัดหมายคู่กรณีต่อหน้าแม่ระบุว่า "ให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหานะ ทางตำรวจไม่ได้แจ้งความเอาผิดเอ็ง แต่อัยการเขาเป็นคนฟ้อง" อีกทั้งระหว่างการสอบสวนยังพูดจาประชดประชันใส่ครอบครัวผู้สูญเสียว่า "ไม่ไว้ใจการทำงานของตำรวจหรืออย่างไร" นอกจากนี้ สิ่งที่ทำให้หัวอกคนเป็นแม่เจ็บปวดที่สุด คือการมารู้ภายหลังว่า มีบุคคลอื่นซึ่งไม่ใช่ญาติ และไม่มีใบมอบอำนาจ ได้เข้ามาแอบอ้างชื่อแม่และลูกสาวที่เสียชีวิต ทำบันทึกข้อตกลงรับเงิน "ค่ามนุษยธรรม" จำนวน 10,000 บาท จากคู่กรณีไปต่อหน้าพนักงานสอบสวนเจ้าของคดี โดยที่ร้อยเวรไม่ได้แจ้งให้มารดาซึ่งเป็นผู้เสียหายที่แท้จริงทราบเลย และเมื่อจะขอแจ้งความเอาผิดบุคคลดังกล่าว ร้อยเวรกลับปฏิเสธไม่ยอมรับแจ้งความ โดยอ้างว่าผู้เสียหายคือคู่กรณีที่ถูกหลอกเงิน ไม่ใช่ตัวแม่ ด้านมารดาผู้สูญเสียระบุว่า ทุกวันนี้ครอบครัวเหมือนตายทั้งเป็น ต้องเข้ารับการบำบัดฟื้นฟูสภาพจิตใจจากอาการดิ่งและภาวะแพนิก ไม่กล้าแม้แต่จะขับรถผ่านเส้นทางที่ลูกสาวเกิดอุบัติเหตุ น้องกชเป็นเด็กเรียนดี กิจกรรมเด่น ล่าสุดเพิ่งได้รับคัดเลือกเป็นตัวแทนโรงเรียนไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นความหวังและเสาหลักของบ้านในอนาคต แต่กลับต้องมาจบชีวิตลง และยังต้องมาเจอความอยุติธรรมซ้ำเติมจากเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยเหตุนี้ จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ จึงยื่นมือเข้าช่วยเหลือและพามารดารุดเข้าร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ดำเนินคดีกับร้อยเวรเจ้าของคดีในข้อหาปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (ม.157) และรื้อฟื้นกระบวนการสอบสวนให้เกิดความโปร่งใส คืนความยุติธรรมให้กับดวงวิญญาณของน้องกชต่อไป



You May Also Like