เทวาลัยดัง จ.ชัยภูมิ ร้อง ผบก.สางคดีหม้อแปลง-เสาไฟหาย 3 เดือน หลัง ผกก.อ้างขายไปแล้ว แต่จู่ๆ เอาเสามาคืนหลังซื้อใหม่แค่ 3 วัน
วันที่ 27 ก.ค. 69 ที่ บก.ภ.จว.ชัยภูมิ “จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่” พานายพรหมมาศหฤษฎ์ กฤตทยาวีร์ อายุ 47 ปี ประธานผู้จัดสร้างเทวาลัยพระศรีมหากาลี (เทวาลัยทุ่งดอกกระเจียว อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ) เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.สุจริต ปาณเล็ก ผบก.จว.ชัยภูมิ พร้อมด้วยพ.ต.อ.สุขสันต์ ไตรทิพย์ รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิและ พ.ต.อ.สุพจน์ ชายป่า ผกก.สอบสวน ภ.จว.ชัยภูมิ เพื่อยื่นร้องขอให้ตรวจสอบการทำงานของพนักงานสอบสวน และผู้กำกับการ สภ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ เกี่ยวกับคดีลักเสาไฟฟ้าและหม้อแปลง ของเทวาลัยที่มีความล่าช้ามา 3 เดือนแล้วแต่คดีไม่มีความคืบหน้า
นายพรหมมาศหฤษฎ์ เปิดเผยว่า เหตุเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2569 เวลาประมาณ 10.00 น. ขณะที่ตนไม่อยู่ในพื้นที่ ได้มีกลุ่มชายฉกรรจ์ประมาณ 5–6 คน พร้อมรถเครนขนาดใหญ่ บุกเข้ารื้อถอนหม้อแปลงไฟฟ้า มิเตอร์ และเสาไฟฟ้าแรงสูง ออกไปจากเทวาลัยอย่างรวดเร็ว เมื่อแม่บ้านเข้าไปสอบถาม กลุ่มดังกล่าวอ้างว่ารับคำสั่งจากบุคคลหนึ่งให้มารื้อเอาไปขาย และยังตัดสายไฟฟ้าแรงสูงทิ้งกระจายเกลื่อน สร้างความเสียหายรวมไม่ต่ำกว่า 260,000 บาท อีกทั้งยังเสี่ยงเกิดอันตรายต่อประชาชนที่ขับรถสัญจรผ่านไปมา
ซึ่งนายพรหมมาศหฤษฎ์ คาดว่า เหตุการณ์นี้มีผู้อยู่เบื้องหลังว่าจ้างมา เพื่อกลั่นแกล้งและทำลายภาพลักษณ์สถานที่ท่องเที่ยวเทวาลัยฯ โดยตนได้นำหลักฐานทั้งภาพถ่ายรถยก ทะเบียนรถ ใบเสร็จ และสลิปการโอนเงินยืนยันความเป็นเจ้าของ รวมทั้งพยานที่เคยรับเงินติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้าเมื่อประมาณปี 2561 ซึ่งทางคุณพรหมมาศหฤษฎ์ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เทพสถิต ตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย. 2569
ผู้เสียหาย ระบุต่อว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาคดีไม่มีความคืบหน้า ตำรวจไม่สืบสวนสอบสวนหาคนทำผิด ตลอดจนไม่ติดตามยึดของกลางคืน โดยอ้างเพียงว่า “หม้อแปลงถูกขายไปแล้ว ไม่สามารถติดตามเอาคืนได้” ส่งผลให้เทวาลัยไม่มีไฟฟ้าใช้งาน เดือดร้อนหนัก ผ่านไป 3 เดือน (วันที่ 3 ก.ค.2569) ตนจำใจยอมจ่ายเงิน 380,000 บาท เพื่อสั่งซื้อชุดหม้อแปลงไฟฟ้าใหม่มาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
แต่หลังจ่ายเงินซื้อใหม่ได้เพียง 3 วัน (6 ก.ค.2569) พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีกลับติดต่อแจ้งมาว่า “บริษัทรถยกแสดงความบริสุทธิ์ใจ นำเสาไฟฟ้ามาส่งคืนให้ที่ สภ.เทพสถิต” แต่กลับไม่มีหม้อแปลงไฟฟ้าซึ่งเป็นอุปกรณ์หลักนำมาคืนด้วย
“ผมเดือดร้อนมาก ตลอดสามเดือนเทวาลัย ไม่มีไฟฟ้าใช้ให้บริการนักท่องเที่ยวเพราะตำรวจบอกติดตามของกลางไม่ได้ ถูกขายไปแล้ว ผมเลยต้องดิ้นรนหาเงินซื้อใหม่ แต่พอซื้อได้แค่ 3 วัน ตำรวจกลับบอกว่าเขานำเสามาคืนเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ถ้าบริสุทธิ์ใจจริงทำไมไม่คืนทั้งหมดตั้งแต่แรก และปล่อยให้ผมต้องเสียเงินซื้อใหม่ทำไม
ซึ่งก่อนหน้านี้วันที่ 24 ก.ค.2569 ตนได้นำหลักฐานทั้งหมดมายื่นให้ ปปป. ตรวจสอบว่าตำรวจเข้าข่ายมีผิด ม.157 หรือไม่” นายพรหมมาศหฤษฎ์ กล่าว
ด้าน จ่าคิงส์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือพฤติการณ์อันน่าสงสัยของการทำงานในท้องที่ สภ.เทพสถิต เหตุใดตลอดหลายเดือนจึงไม่เร่งรัดติดตามยึดของกลางคืนให้ผู้เสียหายตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 85/1 เพื่อบรรเทาทุกข์ แต่พอผู้เสียหายยอมจ่ายเงินซื้อใหม่วันที่ 3 ก.ค.พอวันที่ 6 ก.ค. กลับอ้างว่ารถยกบริสุทธิ์ใจนำเสามาคืน
“คำว่า ‘บริสุทธิ์ใจ’ แต่คืนแค่เสาไฟไม่คืนหม้อแปลง มันฟังขึ้นหรือไม่? แล้วหม้อแปลงที่อ้างว่าขายไปแล้ว แท้จริงอยู่ที่ไหน ใครได้ประโยชน์จากการปล่อยให้ผู้เสียหายต้องเสียเงินซ้ำซ้อน?” จ่าคิงส์ ตั้งข้อสังเกต
เบื้องต้นพล.ต.ต. สุจริต ปาณเล็ก ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิ ได้รับเรื่องดังกล่าวแล้วโดยมี พ.ต.อ.สุขสันต์ ไตรทิพย์ รอง ผบก.ภ.จว.ชัยภูมิและพ.ต.อ.สุพจน์ ชายป่า ผกก.สอบสวน ภ.จว.ชัยภูมิ และคณะจ่าคิงส์ ที่ร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้
พร้อมกล่าวว่า เพิ่งทราบเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ และรับปากผู้เสียหาย ว่าจะให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย และจะรวบรวมพยานหลักฐาน ต่างๆ และกำชับให้ สภ.ท้องที่เกิดเหตุเร่งดำเนินการตามกฎหมายต่อไป



