”ทนายเกรียงศักดิ์“ พาอดีตครู สอนคอมพิวเตอร์ ร้อง ผบ.ตร. ถูกโรงเรียนนานาชาติชื่อดังปลอมใบลาออก เลี่ยงจ่ายค่าชดเชยเลิกจ้าง

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 3 ส.ค.69 ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เขตปทุมวัน ผศ.ดร.เกรียงศักดิ์ พินทุสรศรี ทนายความ พร้อมนายนากาบาลา (สงวนนามสกุล) อดีตครูสอนคอมพิวเตอร์ โรงเรียนนานาชาติ แห่งหนึ่ง ย่านอ่อนนุช และภรรยา เดินทางมาหนังสือถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เพื่อร้องขอความเป็นธรรม กรณีถูกโรงเรียนนานาชาติดังกล่าวและบริษัทเอกชนเจ้าของโรงเรียนนานาชาติดังกล่าวยื่นเอกสารใบลาออกปลอมต่อสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายเงินชดเชยและเงินตามสิทธิประโยชน์ทางกฎหมายจากการเลิกจ้าง พร้อมขอให้ตรวจสอบการทำงานของพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต

ทนายเกรียงศักดิ์ กล่าวว่า โรงเรียนนานาชาติแห่งนี้ย่ามใจมีการรังแกครูท่านนี้ ซึ่งได้สัญชาติไทยแล้ว ด้วยการปลอมแปลงลายเซ็นผู้เสียหายเอาไป ใช้ และบีบให้เขาลาออก ซึ่งเป็นการปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม บริษัทแห่งนี้มีอิทธิพลที่ตนทราบมาเคยมีการบีบให้ครูรายอื่นออกมาแล้ว

”นอกจากมาร้องผบ.ตร. ในวันนี้แล้วจะไปร้องกรมสรรพากรให้เข้าไปตรวจสอบการเสียภาษีของโรงเรียนนานาชาติแห่งนี้ด้วย“

นายนากาบาลา และภรรยา ช่วยกันเปิดเผยรายละเอียดว่า เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2558 สามีตนเองซึ่งเป็นหัวหน้าครูสอนวิชาคอมพิวเตอร์/ หัวหน้าแผนก ICT ที่โรงเรียนแห่งนี้มานาน 7 ปี แล้ว ได้ถูกโรงเรียนฯ และบริษัทเจ้าของโรงเรียน เรียกไปสอบก่อนจะสั่งพักงาน โดยกล่าวหาว่าสามีตนไปล่วงรู้ความรักของทางโรงเรียนซึ่งจริงๆ แล้วเป็นการทำงานโดยตำแหน่งที่รับผิดชอบอยู่แล้ว ก่อนจะให้ออกโดยไม่ให้เก็บข้าวของใดๆ ออกมาเลย

ต่อมา วันที่ 25 สิงหาคม 2558 ได้ถูกเลิกจ้างโดยมีการส่งหนังสือแจ้งเลิกจ้างทางอีเมล ซึ่งภายหลังถูกเลิกจ้าง ตนได้พยายามติดต่อทวงถามหนังสือถอดถอนการแต่งตั้งบุคลากรจากโรงเรียน เพื่อนำไปใช้บรรจุแต่งตั้งที่สถานศึกษาแห่งใหม่ รวมถึงใช้เป็นหลักฐานยื่นต่อ สช. ในการรับเงินทุนสะสมและเงินสมทบจากกองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนทางการเงินของครอบครัว จึงต้องไปฟ้องร้องต่อศาลแรงงาน

อย่างไรก็ตาม เมื่อตนได้ติดตามสถานะทางทะเบียนผ่านศูนย์บริการประชาชน กระทรวงศึกษาธิการ และช่องทางเฟซบุ๊ก เจ้าหน้าที่ได้แจ้งเมื่อวันที่ 29 มกราคม 2559 ว่ายังไม่มีการยื่นเอกสารใดๆ จากทางโรงเรียน จนกระทั่งต่อมาในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 เจ้าหน้าที่ สช. ได้แจ้งว่า ทางโรงเรียนได้ยื่นหนังสือถอดถอนแล้ว โดยมีเอกสาร “ใบลาออก” แนบประกอบไปด้วย
ตนจำเป็นที่จะต้องไปยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือกองทุนสงเคราะห์ครู ของกระทรวงศึกษา

ต่อมาในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 ตนได้เดินทางไปขอคัดหนังสือถอดถอนที่ สช. จึงพบว่าทางโรงเรียนได้ยื่นใบลาออกฉบับลงวันที่ 31 สิงหาคม 2558 โดยมีลายมือชื่อปลอมระบุเป็นชื่อของตน ทั้งที่ตนไม่เคยเซ็นชื่อ ไม่เคยจัดทำใบลาออก และไม่เคยแสดงเจตนาที่จะลาออกจากงานแต่อย่างใด

10 กุมภาพันธ์ 69 ได้ไปขอดูเอกสาร ที่ สช. พบว่ามีการปลอม
“เป็นการทำปลอมขึ้นมาด้วยการนำเอาลายเซ็นเก่ามาตัดแปะและย่อส่วนลงมา”

นายนากาบาลา ระบุว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการร่วมกันปลอมแปลงเอกสารและใช้เอกสารปลอม เพื่อหลอกลวงเจ้าหน้าที่ของรัฐให้เข้าใจผิดว่าตนสมัครใจลาออกเอง โดยมีเจตนาทุจริตหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในการชำระค่าชดเชย ค่าจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า และค่าเสียหายจากการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม

นอกจากนี้ แม้ตนจะได้เข้าแจ้งความไว้กับพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลดุสิต เมื่อ 6 มีนาคม แล้ว แต่ไม่มีความคืบหน้า สอบถามพนักงานสอบสวนแจ้งว่ายังไม่ว่างบอกว่าสะดวกแล้วจะติดต่อเรียกให้ไปพบใหม่ ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากโรงเรียนนานาชาติแห่งนี้เป็นผู้มีอิทธิพล จึงได้เดินทางมาร้องขอความเป็นธรรมต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้สั่งการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และตรวจสอบการทำงานของพนักงานสอบสวน สน.ดุสิต ต่อไป

หลังจากให้ข้อมูลต่อสื่อมวลชนแล้วทนายเกรียงศักดิ์ ได้พาสองสามีภรรยาผู้เสียหายเข้ายื่นหนังสือต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เข้าเวรรับเรื่องทันที




You May Also Like