”พี่ศรี“บุกร้อง ป.ป.ช.สอบจริยธรรม สส.พรรคส้มบิดเบือนบังเกอร์ทหาร

”พี่ศรี“บุกร้อง ป.ป.ช.สอบจริยธรรม สส.พรรคส้มบิดเบือนบังเกอร์ทหาร

วันที่ 7 ส.ค.69 ที่สำนักงาน ป.ป.ช.นนทบุรีนายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นกรณี สส.พรรคส้ม รองคณะกรรมาธิการทหาร ออกมาแถลงข่าวบิดเบือนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบังเกอร์ทหารในพื้นที่จันทบุรี-ตราดราคา 50,000 บาทต่อหน่วย ก่อนที่จะลงพื้นที่ตรวจสอบจริง ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่ตรงกันข้ามกับข้อมูลของหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ถือได้ว่าจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงหรือไม่

ทั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ส.ค.69 ที่ผ่านมานายฉัตร สุภัทรวณิชย์ สส.นครราชสีมา พรรคประชาชน ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการทหาร สภาผู้แทนราษฎร ได้แถลงถึงการยื่นเรื่องให้กมธ.ทหารตรวจสอบข้อเท็จจริงการก่อสร้างบังเกอร์คุ้มภัยทหารในพื้นที่จ.จันทบุรีและตราดว่า ได้รับการร้องเรียนการสร้างบังเกอร์ทหารในพื้นที่ดังกล่าว มีเพียงการนำแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูปบางๆ มาติดตั้งเป็นผนัง ใช้ท่อนไม้ธรรมชาติมาเป็นเสาค้ำยันรับน้ำหนัก ใช้ท่อนไม้ร่วมกับพลาสติกรองรับดินทับบนหลังคา และยังตั้งข้อสงสัยถึงการใช้งบประมาณว่ามีการอนุมัติงบสร้างบังเกอร์ละ 50,000 บาท แต่สั่งทำจริงราคา 35,000 บาท รวม 90 หลังด้วย

กรณีดังกล่าวผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.) ได้ออกมาโต้แย้งทันทีว่าโครงการจัดทำบังเกอร์ให้กับกองกำลังป้องกันชายแดนนั้นมีจำนวน 100 หลัง วงเงินงบประมาณ 15,418,700 บาท จากกองทุนหทัยทิพย์ (ระยะที่ 2) และดำเนินการก่อสร้างพร้อมติดตั้งแล้วเสร็จ 100% ในพื้นที่กองกำลังบูรพา 54 หลัง กองกำลังสุรนารี 8 หลัง และกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรี-ตราด 38 หลัง โดยปัจจุบันสามารถใช้งานได้เรียบร้อยแล้วและบังเกอร์ที่ นทพ.ก่อสร้าง ใช้วัสดุแผ่นปูนของ SCG ที่มีคุณภาพ มั่นคง แข็งแรง สามารถรองรับแรงกระแทกของลูกปืน ค.81 ได้ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวตรงกันข้ามกับคำแถลงของรองประธานคณะกรรมาธิการทหารโดยสิ้นเชิง

การที่ สส.หรือกรรมาธิการจะนำข้อมูลใด ๆ มาแถลงต่อสาธารรณะจะต้องมีการตรวจสอบในข้อเท็จจริงให้ถ่องแท้เสียก่อน โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงชายแดน เพราะพูดอะไรไป หรือนำเสนอข้อมูลอะไรไป ฝ่ายตรงข้ามหรืออริราชศัตรูอาจล่วงรู้ข้อมูลที่เป็นความลับในทางทหารด้วย การททำหน้าที่ของ สส. และกรรรมาธิการต้องคำนึงถึงเกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ตามที่รัฐธรรมนูญและกฎหมายกำหนดไว้ด้วย

ดังนั้น การที่ สส.พรรคส้ม กรรมาธิการออกมาให้ข่าวในลักษณะดังกล่าวจึงถูกสังคมวิพากษ์วิจารณือย่างมากทำให้เกิดเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่งได้ เป็นการกระทำที่อาจเข้าข่ายจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความมาร้องต่อ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและมีความเห็นชี้มูลความผิดเพื่อส่งให้ศาลฎีกาพิจารณาวินิจฉัยลงโทษตามครรลองของกฎหมายต่อไป




You May Also Like