รวบหัวหน้าค่ายมวยซิ่งกระบะแหกด่าน ขน 10 ต่างด้าวซ่อนท้ายรถ วิ่งหนีระทึกเข้าป่ายูคาฯ ก่อนโดนปิดล้อมจับกุม
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. นำโดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล. และ ว่าที่ พ.ต.ท.กมลภพ หาญเวช สว.ส.ทล.5 กก.3 บก.ทล. นำกำลังเข้าทำการจับกุม นายวิชาญฯ อายุ 42 ปี หัวหน้าค่ายมวย สัญชาติไทย พร้อมแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองอีก 10 ราย (สัญชาติบังกลาเทศ 9 ราย และสัญชาติเมียนมา 1 ราย) รวมผู้ต้องหาทั้งหมด 11 ราย
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 02.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงได้ออกตรวจพื้นที่บนทางหลวงหมายเลข 359 (อ.เขาไม้แก้ว จ.ปราจีนบุรี รอยต่อ จ.สระแก้ว) ซึ่งเป็นเส้นทางมักมีการลักลอบขนแรงงานข้ามชาติจากกัมพูชา จนกระทั่งพบรถยนต์กระบะอีซูซุ สีขาว หมายเลขทะเบียน กธ 5073 สระแก้ว ขับมาด้วยความเร็วสูง บริเวณท้ายกระบะมีกระเป๋าสัมภาระวางอยู่เป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณไฟและประกาศสั่งให้หยุดรถ แต่ผู้ขับขี่กลับเร่งเครื่องแหกด่านหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงส่งสัญญาณวิทยุประสานกำลังเสริมและขับติดตามไปอย่างกระชั้นชิด
ระหว่างการไล่ล่า รถกระบะคันดังกล่าวได้เลี้ยวหลบหนีเข้าไปในพื้นที่หมู่บ้าน ต.วังท่าช้าง อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี กระทั่งถึงทางเปลี่ยวท้ายหมู่บ้าน รถได้เกิดเสียหลักจอดข้างทาง นายวิชาญฯ ผู้ขับขี่ ได้เปิดประตูรถวิ่งหนีเข้าป่ายูคาลิปตัสข้างทาง แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้วิ่งไล่ตามติดและสามารถรวบตัวไว้ได้ทันท่วงที ขณะเดียวกันกลุ่มแรงงานต่างด้าวที่นั่งมาในห้องโดยสารและท้ายกระบะ ได้อาศัยช่วงชุลมุนกระโดดลงจากรถวิ่งหนีเข้าหมู่บ้านและแปลงเกษตรไปคนละทิศคนละทาง
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ประสาน นายพชร การไชยแสง กำนันตำบลวังท่าช้าง นำกำลังฝ่ายปกครองและชาวบ้านในพื้นที่ร่วมปฏิบัติการปิดล้อมค้นหากว่า 3 ชั่วโมง จนสามารถรวบตัวแรงงานต่างด้าวที่ซ่อนตัวอยู่ได้ครบทั้งหมด 10 ราย ตรวจสอบไม่พบเอกสารการเข้าเมืองอย่างถูกต้อง
จากการสอบสวนเบื้องต้น นายวิชาญฯ สารภาพว่า ตนเป็นหัวหน้าค่ายมวยแห่งหนึ่งใน อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว รับจ้างลักลอบขนแรงงานต่างด้าวจากนายหน้าชื่อ “นะ” มานานกว่า 3 เดือน ได้ค่าจ้างเที่ยวละ 5,000 บาท เพื่อนำเงินไปหมุนเวียนใช้จ่ายภายในค่ายมวย โดยไปรับตัวแรงงานจากชายแดน อ.อรัญประเทศ เพื่อนำไปส่งที่สถานีขนส่งในกรุงเทพฯ ขณะที่กลุ่มแรงงานต่างด้าวอ้างว่า เดินทางมาจากกัมพูชาเพื่อจะไปสถานทูตบังกลาเทศประจำประเทศไทยเพื่อหาทางกลับประเทศ อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา นายวิชาญฯ ในความผิดฐาน “ร่วมกันซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ ให้คนต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย พ้นจากการจับกุม” ส่วนแรงงานต่างด้าวอีก 10 ราย ถูกแจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวลักลอบเข้ามาในราชอาณาจักรโดยผิดกฎหมาย” ก่อนควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังตะเคียน จ.ปราจีนบุรี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายและขยายผลหาผู้ร่วมขบวนการต่อไป



