VIDA แทนคำขอบคุณลูกค้าคนพิเศษ จัด “VIDA Love Lesson with Perth & Santa” มอบโมเมนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมตอกย้ำทิศทางแบรนด์สุขภาพที่เข้าใจไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่

บริษัท แมทเซ็นเตอร์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและความงาม ภายใต้แบรนด์ “วีด้า (VIDA)” จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “VIDA Love Lesson with Perth & Santa” เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าคนพิเศษที่ให้ความไว้วางใจและอยู่เคียงข้างแบรนด์มาอย่างต่อเนื่อง โดยมีผู้โชคดี 50 ท่าน ที่ได้รับเชิญเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษอย่างใกล้ชิด

งานครั้งนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิดของการส่งต่อความรักและคำขอบคุณจาก VIDA สู่ผู้บริโภค ผ่านกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อสร้างรอยยิ้ม ความสุข และความทรงจำร่วมกัน โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือการพบกับสองนักแสดงชื่อดัง “เพิร์ธ–ธนพนธ์ สุขุมพันธนาสาร” และ “แซนต้า–พงศภัค อุดมโภชน์” ที่มาร่วมสร้างสีสันและเติมเต็มบรรยากาศภายในงานให้เต็มไปด้วยความอบอุ่น สนุกสนาน และเป็นกันเอง พร้อมมอบโมเมนต์แห่งความประทับใจแก่แฟนๆ ตลอดกิจกรรม

นอกจากการสร้างประสบการณ์พิเศษให้กับลูกค้าแล้ว กิจกรรมครั้งนี้ยังมีผลิตภัณฑ์เด่นของแคมเปญ ได้แก่ VIDA Magnesium และ VIDA Apple Cider ซึ่งสะท้อนทิศทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ VIDA ที่มุ่งตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การดูแลตัวเองท่ามกลางชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ การให้ความสำคัญกับการพักผ่อนและสุขภาพโดยรวม ไปจนถึงการดูแลรูปร่างและการสร้าง Healthy Lifestyle ที่สามารถทำได้อย่างต่อเนื่องในชีวิตประจำวัน

คุณจีรณินทร์ เอื้ออารีมิตร ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท แมทเซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมครั้งนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของ VIDA ที่ต้องการกล่าวคำขอบคุณจากใจจริงถึงแฟนๆ และลูกค้าทุกคนที่ให้การสนับสนุนแบรนด์มาอย่างยาวนานกว่า 10 ปี การที่ลูกค้ายังคงเลือก เชื่อมั่น และอยู่เคียงข้าง VIDA มาจนถึงวันนี้ ถือเป็นสิ่งที่มีคุณค่ามากสำหรับเรา เราจึงอยากให้งาน VIDA Love Lesson เป็นมากกว่ากิจกรรมทางการตลาด แต่เป็นเสมือนของขวัญพิเศษที่เราตั้งใจมอบให้ลูกค้า เพื่อให้ทุกคนได้มีช่วงเวลาดีๆ และสร้างความทรงจำร่วมกับแบรนด์”

“ขณะเดียวกัน เรามองว่าความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคในปัจจุบันไม่ได้เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากทุกประสบการณ์ที่ผู้บริโภคมีร่วมกับแบรนด์ VIDA จึงให้ความสำคัญทั้งกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และการสร้าง Brand Experience ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่า VIDA เข้าใจและเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ของเขาอย่างแท้จริง”

การเลือก VIDA Magnesium และ VIDA Apple Cider มาเป็น Hero Product ของกิจกรรมครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว โดยทั้งสองผลิตภัณฑ์เป็นตัวแทนของกลุ่มผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ตอบรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งหันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ด้าน คุณวงศพัทธ์ เอื้ออารีมิตร กรรมการบริหาร บริษัท แมทเซ็นเตอร์ จำกัด กล่าวถึงทิศทางของแบรนด์และตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพและความงามว่า ปัจจุบันผู้บริโภคมีความเข้าใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น และไม่ได้มองหาผลิตภัณฑ์เพียงเพื่อแก้ปัญหาสุขภาพเฉพาะด้าน แต่เริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่อง และเลือกผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ ความต้องการ และช่วงชีวิตของแต่ละคนได้อย่างเหมาะสม

“เราเห็นว่า ตลาดกำลังเปลี่ยนจากการนำเสนอผลิตภัณฑ์ในรูปแบบเดียวสำหรับทุกคน ไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ผู้บริโภคในวันนี้ต้องการรู้ว่าสิ่งที่เขาเลือกรับประทานนั้นเหมาะกับเขาอย่างไร มีคุณภาพอย่างไร และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลตัวเองในชีวิตประจำวันได้จริงหรือไม่”

“สำหรับ VIDA เราจึงไม่ได้มองเพียงว่าอะไรเป็นเทรนด์ แต่ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจว่าผู้บริโภคกำลังใช้ชีวิตอย่างไร และเราจะสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ชีวิตของเขาได้อย่างไร ซึ่ง VIDA Magnesium และ VIDA Apple Cider เป็นสองตัวอย่างของแนวคิดนี้ และในอนาคต VIDA จะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น โดยให้ความสำคัญกับคุณภาพของวัตถุดิบ มาตรฐานของผลิตภัณฑ์ และการเลือกสรรผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละกลุ่มได้อย่างตรงจุด”

พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังตั้งเป้าพัฒนา VIDA ให้เติบโตจากแบรนด์ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสู่การเป็น Health & Wellness Brand ที่สามารถอยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้อย่างหลากหลายมากขึ้น ผ่านการพัฒนาพอร์ตผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ควบคู่กับการสร้างประสบการณ์และการสื่อสารที่เข้าถึงผู้บริโภคในแต่ละเจเนอเรชัน

การจัดงาน “VIDA Love Lesson with Perth & Santa” จึงไม่เพียงเป็นกิจกรรมพิเศษที่ VIDA ตั้งใจมอบความสุขและแทนคำขอบคุณให้แก่แฟน ๆ และลูกค้าคนสำคัญเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงแนวทางการเติบโตของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับทั้ง Product Innovation, Consumer Experience และ Long-term Brand Relationship เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภคอย่างยั่งยืน

จากแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี VIDA ยังคงเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ ๆ ภายใต้ความตั้งใจสำคัญเดียวกัน คือ การทำให้การดูแลตัวเองเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย มีคุณภาพ และสามารถเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง




You May Also Like