เปิดใจเจ้าของรถสไลด์! สยบดราม่าคิด 2 หมื่นลุยน้ำท่วมบางกะปิ โก่งราคาหรือต้องแลกด้วยรถพัง?
จากกรณีดราม่าร้อนบนโลกออนไลน์ หลังมีผู้ตั้งคำถามถึงค่าบริการรถสไลด์และรถยกในช่วงน้ำท่วมย่านบางกะปิ ที่มีการเรียกเก็บสูงถึง 20,000 บาท จนถูกวิจารณ์ว่าเป็นการฉวยโอกาสซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน
ล่าสุด ว่าที่ร้อยตรี ไพศาล โกกิลาวงศ์ ผู้ประกอบการรถยก-รถสไลด์ ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมเปิดคลิปสภาพรถของตัวเองหลังลงพื้นที่ลุยน้ำท่วมช่วยลากรถให้กับประชาชนในเขตบางกะปิ
เจ้าตัวระบุว่า การนำรถยกลงไปในพื้นที่น้ำท่วม ต้นทุนไม่ได้มีแค่ค่าน้ำมันหรือค่าแรง แต่ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงสูงที่ตัวรถยกเองจะได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยเฉพาะเมื่อระดับน้ำสูงถึงล้อ และบางจุดเกือบมิดใต้ท้องรถ ทำให้น้ำมีโอกาสเข้าเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ระบบไฟ และระบบไฮดรอลิกได้โดยตรง
หลังเสร็จสิ้นภารกิจ รถยกของตนพบปัญหาหลายจุด ทั้งน้ำเข้าเกียร์ น้ำมันเฟืองท้าย น้ำมันเครื่อง ชุดรีเลย์ไฟหน้า ระบบไฮดรอลิก ลูกปืนและซีลต่างๆ ต้องรื้อมาเช็คและเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีขยะและเศษสิ่งปฏิกูลอุดตันติดบริเวณแผงหม้อน้ำ ล่าสุดยังมีอาการคันเร่งค้าง จนยังไม่สามารถประเมินค่าซ่อมที่แท้จริงได้
ไพศาลตั้งคำถามกลับว่า หากรถยก 1 คันต้องเสี่ยงค่าซ่อมหลักหมื่นถึงหลายหมื่นบาท โดยเฉพาะรถรุ่นใหม่ที่มีกล่อง ECU และระบบไฟฟ้าจำนวนมาก การคิดค่าบริการในภาวะน้ำท่วมจึงไม่ควรมองแค่ตัวเลข 20,000 บาทเพียงด้านเดียว พร้อมย้ำว่าหากลูกค้าเห็นว่าไม่เหมาะสมก็สามารถเลือกไม่ใช้บริการได้ ตนพยายามรับสายและออกไปช่วยเท่าที่ทำได้ แต่ช่วงน้ำท่วมหนักมีผู้ขอความช่วยเหลือจำนวนมากจนไปช่วยได้ไม่ครบทุกคัน
ประเด็นค่าบริการ 20,000 บาท ควรพิจารณาเป็นรายกรณี ทั้งระยะทาง ระดับความลึกของน้ำ ความยากง่ายของงาน ประเภทรถที่ต้องช่วยเหลือ และต้นทุนความเสียหายที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับ ไม่ควรเหมารวมว่าทุกรายคือการโก่งราคา และในทางกลับกันก็ไม่ใช่ว่าทุกราคาที่เรียกเก็บจะเหมาะสมเสมอไป ประชาชนควรสอบถามราคาก่อนใช้บริการและตกลงกันให้ชัดเจนทั้งสองฝ่าย
เครดิต : เฟซบุ๊ก ว่าที่ร้อยตรี ไพศาล โกกิลาวงศ
#รถสไลด์ #รถยก #ดราม่ารถสไลด์ #น้ำท่วมบางกะปิ #น้ำท่วมกทม #โก่งราคา #เรื่องจริงจากหน้างาน
เรียบเรียงโดย นิรันตราย
