กลุ่มศิษย์ “หลวงพ่อสาคร” หอบหลักฐานร้องกองปราบฯ สอบสมบัติพิพิธภัณฑ์วัดดังระยอง อ้างพระทองคำหาย-แจ้งความเท็จ
คณะศิษย์หลวงพ่อสาคร นำโดยอดีตรองเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ หอบหลักฐานเข้าร้องเรียนตำรวจกองปราบปราม ให้ช่วยตรวจสอบและคุ้มครองทรัพย์สิน-วัตถุมงคลล้ำค่าในพิพิธภัณฑ์วัดดัง อ.บ้านค่าย จ.ระยอง หลังส่งหนังสือขอเข้าทำบัญชีตรวจสอบอย่างเป็นทางการ แต่กลับถูกปฏิเสธและขัดขวาง อ้างยื่นร้องเรียนเกือบ 20 ข้อ พบเบาะแสเหรียญนาคปรกทองคำหมายเลข 1 และพระทองคำหายอีก 3 องค์ จี้สอบพฤติกรรมเจ้าอาวาสและสำนักพุทธฯ หวั่นมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนและยักยอกทรัพย์สินโบราณ
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 14 ต.ค. 69 ที่ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พลเรือตรี ศักดิ์ชัย อนันตชัย (อดีตรองเจ้ากรมยุทธศึกษาทหารเรือ) ในฐานะผู้แทนคณะศิษย์หลวงพ่อสาคร พร้อมด้วยชาวบ้านและคณะศิษยานุศิษย์กว่า 10 คน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนและขอให้ตรวจสอบกรณีทรัพย์สินรวมถึงสมบัติของวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดระยอง ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ภายในพิพิธภัณฑ์ของวัด
พลเรือตรี ศักดิ์ชัย เปิดเผยว่า การเดินทางมาร้องเรียนในครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากปัญหาเกี่ยวกับเหรียญและวัตถุมงคลที่ตนและคณะลูกศิษย์เคยได้ร่วมกันสร้างและมอบถวายให้กับทางวัด โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่ผ่านมา ทางคณะศิษย์ได้ทำหนังสืออย่างเป็นทางการเพื่อสอบถามไปยังทางวัดและสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดระยอง เพื่อขอเข้าพบและขออนุญาตเข้าไปตรวจสอบทำบัญชีทรัพย์สินดังกล่าว
ทว่า เมื่อถึงกำหนดนัดหมาย ทางวัดกลับเกิดการโต้เถียงกันขึ้น อีกทั้งยังปฏิเสธและขัดขวาง ไม่ยินยอมให้คณะศิษย์ขึ้นไปตรวจสอบบริเวณพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นสถานที่เก็บรักษาวัตถุมงคล
ส่งผลให้การเจรจาในวันดังกล่าวไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ทางคณะศิษย์จึงเกิดความเคลือบแคลงใจและเกรงว่า ทรัพย์สินอันทรงคุณค่า สมบัติโบราณ และวัตถุมงคลล้ำค่า (เช่น พระขุนแผน หรือ หนุมานมหาปราบ) ที่หลวงพ่อสาครได้สร้างและสะสมไว้สำหรับสมทบทุนปฏิสังขรณ์วัด อาจเกิดความไม่โปร่งใส ถูกโยกย้าย เปลี่ยนมือ หรือมีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนเกิดขึ้น
พลเรือตรี ศักดิ์ชัย กล่าวอ้างว่า
1.ทางวัดฯ ปฏิเสธความรับผิดชอบทรัพย์สินวัด จากเหตุการณ์การขายของในพิพิธภัณฑ์ หลังจากรับตำแหน่งเจ้าอาวาสแล้ว เจ้าอาวาสกลับอ้างว่าไม่รู้เห็น ทั้งที่มีหนังสือและเว็บไซต์วัดยืนยันว่าเมื่อรับตำแหน่งต้องรับผิดชอบสมบัติของวัดและพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเปิดแสดงให้ประชาชนทั่วไปชมถือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
2.เอาของหลวงไปขายอ้างบำรุงวัด ตั้งข้อสังเกตกรณีเจ้าอาวาสขายของหลวงแล้วอ้างว่านำเงินมาบำรุงวัด ว่าทำได้โดยไม่ผิดกฎหมายจริงหรือ
3.ขนเศษทองไปขายไร้ที่มาที่ไป มีคลิปเสียงและหลักฐานว่าเจ้าอาวาสให้คนนอกขนเศษทองในวัดไปขาย แต่ไม่มีการแสดงบัญชีเงินทองให้ชัดเจนว่าขายได้กี่บาท
4.ทำเอกสารเท็จแจ้งส่วนราชการ เมื่อทราบว่าของหายไป กลับทำเป็นไม่รู้เรื่อง แล้วแจ้งไปยังส่วนราชการว่าของอยู่ครบ แต่ต่อมาโดนจับได้ว่าใช้รูปเก่าแจ้งเท็จ ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานปลอมเอกสารและแจ้งความเท็จ
5.สงสัยยักยอกเหรียญทองคำหมายเลข 1 และพระทองคำหาย 3 องค์ มีการอ้างว่าไม่เคยยุ่งกับของ แต่เมื่อเค้นถามกลับพบว่าของไปอยู่ในกุฏิ โดยเฉพาะ “เหรียญนาคปรกทองคำหมายเลข 1” ซ่อนอยู่นานกว่าจะรับ ขณะที่เหรียญนาคปรกเนื้ออื่นถูกขายไปหมดแล้ว นอกจากนี้ ในการนับครั้งแรกมีการแจ้งเป็นหนังสือว่าของอยู่ครบ แต่เมื่อมานับใหม่กลับบอกว่า “พระทองคำหายไป 3 องค์” แล้วอ้างว่าหายก่อนมารับตำแหน่ง ซึ่งขัดแย้งกับคำแจ้งครั้งแรกที่บอกว่าครบ
พลเรือตรี ศักดิ์ชัย และคณะศิษย์ ระบุว่า ที่ผ่านมาได้เคยยื่นเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดระยองแล้ว แต่กลับไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างจริงจัง มีลักษณะถ่ายรูปร่วมกับทางวัดและออกมาประกาศว่าสำนักพุทธฯ บอกว่าขายได้ รวมทั้งเจ้าคณะอำเภอได้โทรศัพท์มาถกเถียงโดยอ้างหนังสือที่ขัดแย้งกัน ทำให้คณะศิษย์เกรงว่าจะมีการช่วยเหลือกันจนวัดอยู่เหนืออำนาจกฎหมาย จึงต้องเดินทางมาร้องเรียนต่อตำรวจกองปราบปราม บช.ก. เพื่อให้ตรวจสอบความจริงทั้งหมดอย่างตรงไปตรงมา
ขณะเดียวกัน ในโลกออนไลน์ได้มีกระแสเคลื่อนไหวจากเพจท้องถิ่น “ZOOM Rayong ซูมระยอง” ที่ออกมาโพสต์ข้อความระบุถึงประเด็นความขัดแย้งภายในวัดดังของระยอง โดยตั้งคำถามถึงกลุ่มคนที่พยายามเข้ามามีส่วนร่วมในวัด ซึ่งสร้างความสนใจให้แก่ชาวเน็ตและผู้ศรัทธาในพื้นที่อำเภอบ้านค่ายและจังหวัดระยองเป็นจำนวนมาก
เบื้องต้น พลเรือตรี ศักดิ์ชัย ได้นำหลักฐานร้องเรียนทั้งหมด ยื่นให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เพื่อพิจารณาดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ดำเนินคดีตามกฎหมาย และคุ้มครองดูแลสมบัติของวัดดังกล่าวตามขั้นตอนต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติม ว่า เมื่อกลางเดือน ก.ย. ที่ผ่านมาพลเรือตรี ศักดิ์ชัย ได้มาแต้งความร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พงส.บก.ปปป.เอาผิดเจ้าอาวาสวัดดัง ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบฯ ก่อนจะมาแจ้งความกองบังคับการปราบปรามในวันนี้อีกครั้ง



