ศิริโชค จี้ กกต.สอบเงินบริจาค ภูมิใจไทย 1.5 แสน จาก สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ชี้ต้องดูที่มาให้ชัด เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 2569 นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ตั้งข้อสังเกตถึงการบริจาคเงินให้พรรคภูมิใจไทยของ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ และประเด็นทรัพย์สินของครอบครัว โดยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นายศิริโชคระบุว่า จากการตรวจสอบบัญชีเงินบริจาคที่พรรคภูมิใจไทยเปิดเผยต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พบชื่อของ น.ส.สุชาดา บริจาคเงินรวมเท่าที่ตรวจพบ 150,000 บาท โดยมีการบริจาคเดือนละ 10,000 บาท ในช่วงก่อนเป็น ส.ส. และปรับเป็นเดือนละ 30,000 บาท หลังเข้าสภา ซึ่งเป็นข้อมูลจากเอกสารที่เปิดเผยอย่างเป็นทางการ และยังไม่รวมถึงการสนับสนุนในรูปแบบอื่นที่อาจมีหรือไม่ อาจไม่มี นายศิริโชคยังตั้งข้อสังเกตถึงประวัติการทำงานทางการเมืองของ น.ส.สุชาดา ที่เคยได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยเลขานุการและเลขานุการรัฐมนตรีในช่วงที่พรรคภูมิใจไทยร่วมรัฐบาล 3 ช่วง พร้อมตั้งคำถามถึงคุณสมบัติและผู้เสนอชื่อแต่งตั้ง ซึ่งเป็นมุมมองของผู้โพสต์ ในส่วนของทรัพย์สิน นายศิริโชคอ้างอิงจากบัญชีทรัพย์สินที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ของ น.ส.สุชาดา และนายไทหยาง จาง สามี ว่ามีทรัพย์สินรวมเกือบ 2,000 ล้านบาท ยกตัวอย่างเช่น ห้องชุดโครงการสินธร ลุมพินี ที่ระบุว่า น.ส.สุชาดาและสามีแจ้งมูลค่าสิทธิคนละ 37.514 ล้านบาท รวม 75.028 ล้านบาท และรถยนต์ Mercedes-Maybach มูลค่า 11.3 ล้านบาท โดยระบุว่า น.ส.สุชาดาแจ้งรายได้ต่อปีประมาณ 1.7 ล้านบาท ส่วนนายไทหยางระบุว่าไม่ได้ประกอบอาชีพและไม่มีรายได้ต่อปี ทั้งที่มีการระบุว่าเป็นนักลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีและผู้ถือหุ้นในบริษัทที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม Shuffle.com นายศิริโชคจึงตั้งข้อสังเกตว่า เมื่อมีทรัพย์สินจำนวนมากแต่รายได้น้อย อาจเข้าข่ายต้องตรวจสอบประเด็น "รายได้ไม่สัมพันธ์กับทรัพย์สิน" ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึกของ ป.ป.ช. เกี่ยวกับที่มาของทรัพย์สิน รายได้ และความสามารถในการชำระหนี้ ตามที่นายศิริโชคระบุ สำหรับประเด็นเงินบริจาคพรรคการเมือง นายศิริโชคได้อ้างอิงข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คือ มาตรา 72 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 ที่ห้ามพรรคการเมืองรับบริจาคโดยรู้หรือควรจะรู้ว่าเงินได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือมีเหตุอันควรสงสัยว่าแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย มาตรา 74 ที่ห้ามรับบริจาคจากบุคคลผู้ไม่มีสัญชาติไทย นิติบุคคลต่างประเทศ และบุคคลหรือนิติบุคคลบางประเภท มาตรา 77 ที่ให้อำนาจ กกต.ในการตรวจสอบความถูกต้องของการบริจาค และมาตรา 92 (3) ที่ระบุว่าหากพรรคการเมืองฝ่าฝืนมาตรา 72 หรือ 74 และพิสูจน์ได้ตามกระบวนการ อาจนำไปสู่การพิจารณายุบพรรคโดยศาลรัฐธรรมนูญ นายศิริโชคระบุว่า การมีทรัพย์สินจำนวนมากหรือคู่สมรสลงทุนในธุรกิจบ่อนพนันออนไลน์ ไม่ได้พิสูจน์ว่าเงินบริจาคเป็นเงินผิดกฎหมาย แต่เมื่อมีข้อสงสัยเกี่ยวกับที่มาของทรัพย์สิน จึงควรตรวจสอบต้นทางของเงินบริจาคด้วย ด้านพรรคภูมิใจไทยและ น.ส.สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการต่อข้อสังเกตดังกล่าว ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย โดยให้หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ ได้แก่ กกต. และ ป.ป.ช. เป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป หากพบว่ามีการกระทำผิดจริงก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากไม่พบความผิด ก็ถือว่าทุกฝ่ายยังเป็นผู้บริสุทธิ์ การบริจาคเงินให้พรรคการเมือง ต้องเป็นไปตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 โดยพรรคการเมืองต้องเปิดเผยบัญชีเงินบริจาคต่อ กกต. และประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลเงินบริจาคพรรคการเมืองได้ที่เว็บไซต์สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง www.ect.go.th #ภูมิใจไทย #เงินบริจาค #ศิริโชค #สุชาดาซางแทนทรัพย์ #กกต #ปปช #ยุบพรรค #พรรคการเมือง เรียบเรียงโดย นิรันตราย
