ชาวปราจีนฯ หอบซากปลาตาย-ข้าวเน่า บุกกระทรวงอุตสาหกรรม จี้ปิดถาวรโรงงานรีไซเคิลกากพิษกลางทุ่งบางพลวง ชี้ตั้งกลางทางน้ำท่วมซ้ำซาก
วันที่ 20 ต.ค. 68 กลุ่มชาวบ้านจากพื้นที่ทุ่งรับน้ำบางพลวง อ.ศรีมหาโพธิ และ อ.ศรีมโหสถ จ.ปราจีนบุรี จำนวนหลายร้อยคน ได้เดินทางมายื่นหนังสือที่กระทรวงอุตสาหกรรม เขตดุสิต กรุงเทพฯ ถึง นายวราวุธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อขอให้พิจารณาสั่งปิดโรงงานรีไซเคิลและฝังกลบกากอุตสาหกรรมของบริษัท กรีน เอ็นไวรอนเมนท์ เทคโนโลยี จำกัด แบบถาวร โดยได้นำซากปลาตายและข้าวนาปีที่ได้รับความเสียหายมาเป็นหลักฐานประกอบการร้องเรียน
สำหรับประเด็นที่ชาวบ้านตั้งข้อสังเกต คือเรื่องทำเลที่ตั้งของโรงงาน ซึ่งตามข้อมูลของชาวบ้านระบุว่า โรงงานดังกล่าวตั้งอยู่ในพื้นที่ “ทุ่งรับน้ำ” ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำหลากตามธรรมชาติเป็นประจำทุกปี โดยเมื่อวันที่ 1 ต.ค. 69 เกิดสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ ส่งผลให้มีรายงานว่าถังบรรจุน้ำมันเครื่องเก่าและกากเคมีลอยกระจาย น้ำเปลี่ยนสีเป็นสีดำปนสีรุ้ง ข้าวนาปีที่ใกล้เก็บเกี่ยวได้รับความเสียหาย และปลาในนาตายเป็นจำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านมองว่าเป็นผลกระทบที่สามารถคาดการณ์ได้จากลักษณะพื้นที่
ด้าน นายวราวุธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ชี้แจงว่า กระทรวงไม่ได้ละเลยต่อปัญหาดังกล่าว โดยขณะนี้ได้มีการสั่งปิดโรงงานที่ก่อมลพิษในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ไปแล้วจำนวน 3 แห่ง และอยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการเพิ่มเติม พร้อมยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ไม่ละเว้นแม้จะเป็นกลุ่มนอมินีหรือผู้มีนามสกุลดัง และจะมีการบังคับใช้มาตรการยึดทรัพย์กับผู้ที่ลักลอบทิ้งกากอุตสาหกรรม
ในส่วนของบริษัทที่ถูกพาดพิง เบื้องต้นมีคำสั่งให้หยุดประกอบกิจการชั่วคราว และได้มีการแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว ซึ่งบริษัทยังคงมีสิทธิ์ชี้แจงข้อเท็จจริงและเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ตามกฎหมายต่อไป
อย่างไรก็ตาม กลุ่มชาวบ้านยังคงยืนยันข้อเรียกร้องเดิม คือขอให้มีการสั่งปิดโรงงานแบบถาวร เคลื่อนย้ายกองขยะและกากที่ฝังกลบออกจากทุ่งรับน้ำ และให้มีการพิจารณาชดเชยเยียวยาความเสียหายอย่างเต็มจำนวน เนื่องจากเกรงว่าหากไม่มีการแก้ไขอย่างยั่งยืน ปัญหาดังกล่าวอาจกลับมาเกิดขึ้นซ้ำอีกในฤดูน้ำหลากปีถัดไป
ทุ่งบางพลวงเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่ถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติ เพื่อบรรเทาอุทกภัยในภาพรวม การอนุญาตให้ตั้งโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงงานที่เกี่ยวข้องกับกากอุตสาหกรรมและสารเคมีในพื้นที่ลักษณะนี้ จึงเป็นประเด็นที่ต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ ทั้งในแง่ของผังเมือง การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม
การสั่งหยุดกิจการชั่วคราว เป็นมาตรการเบื้องต้นเพื่อระงับเหตุและตรวจสอบข้อเท็จจริง ส่วนการสั่งปิดถาวรจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ทางกฎหมายและผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างครบถ้วน
ขณะนี้เรื่องดังกล่าวอยู่ระหว่างการตรวจสอบของกระทรวงอุตสาหกรรมและหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงของมลภาวะและความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทั้งประชาชนผู้ได้รับผลกระทบและผู้ประกอบการ
#ทุ่งบางพลวง #ปราจีนบุรี #โรงงานกากพิษ #กรีนเอ็นไวรอนเมนท์ #กระทรวงอุตสาหกรรม #วราวุธ #ชาวบ้านร้องเรียน #สิ่งแวดล้อม #น้ำท่วม69
เรียบเรียงโดย : นิรันตราย
