“พี่ศรี”ร้อง ป.ป.ช. เอาผิดจริยธรรมร้ายแรง 2 สว.ที่กลับคำให้การในคดีฮั้ว สว.
วันที่ 24 ก.ย.69 ที่สำนักงาน ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องถึงคณะกรรรมการ ป.ป.ช.เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิด 2 สมาชิกวุฒิสภา ที่กลับคำให้การในคดีฮั้ว สว. อันถือได้ว่าเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือไม่
ทั้งนี้สืบเนื่องจากประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ได้ออกมาตั้งโต๊ะแถลงเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 ถึงผลการสืบสวน สอบสวน กรณีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. อาจเป็นไปโดยไม่สุจริต และเที่ยงธรรมตามที่กฎหมายบัญญัติ และได้มีมติส่งศาลฎีกาฟ้องบุคคลต่าง ๆ ที่มีส่วนพัวพันคดีฮั้ว สว. จำนวนทั้งสิ้น 77 คน โดยผลการวินิจฉัยของ กกต.ที่เสียงส่วนใหญ่ไม่ฟ้องคณะกรรมการบริหารพรรคสีน้ำเงิน แต่เลือกฟ้อง ส.ว. เพียง 26 คนและทีมงานเครือข่ายอันแสดงให้เห็นว่า ข้อเท็จจริงที่ได้จากการสืบสวนในสำนวนพบหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า มีการโกงการเลือก สว. เกิดขึ้นจริง
แต่ทว่าหลังจากการแถลงของประธาน กกต. ว่าเสียงข้างมากไม่รับฟังพยาน 3 รายที่ กกต.เคยมีมติกันไว้เป็นพยาน ตามมาตรา 65 แห่ง พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 และ ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการกันบุคคลไว้เป็นพยานโดยไม่ดำเนินคดีอาญา พ.ศ.2563 ได้แก่ พยานรหัส 16 พยานรหัส 21 และ พยานรหัส 22 แต่กลับมีการเปลี่ยนแปลงคำให้การ ทำให้ กกต.เสียงข้างมากอ้างว่าไม่น่าเชื่อถือ ส่งผลต่อข้อกล่าวหาในคดีฮั้ว ส.ว. “ไม่น่าเชื่อถือ” เพราะมากลับคำให้ภายหลัง สร้างความสงสัยให้กับคนในแวดวงกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมอย่างมาก ซึ่ง 2 ใน 3 พยานดังกล่าวมีสถานะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หรือสมาชิกวุฒิสภาอยู่ในขณะนี้ด้วย
ในเมื่อสมาชิกวุฒิสภาทั้ง 2 คน ซึ่งถูกกันไว้เป็นพยาน แต่กลับคำให้การ อันทำให้การสอบสวนเอาผิดเครือข่ายนักการเมืองทั้งหลายสะดุด โดยเฉพาะการไม่เชื่อมโยงไปถึงพรรคการเมืองใหญ่ได้ การกระทำของ สว.ทั้ง 2 คน ถูกสังคมตำหนิอย่างมาก ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดํารงตําแหน่ง อาจเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หลายข้อ จึงเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะต้องเร่งประสาน กกต.เพื่อไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดตามกฎหมายของ ป.ป.ช.โดยเร็วต่อไป



