ศรีสุวรรณร้อง ป.ป.ช.สอบผู้ว่า กนอ.ปมปล่อยให้นิคมฯซีพีรุกล้ำคลองและทางสาธารณะ
วันนี้ (10พ.ย.68) เวลา 10.00 น.ที่สำนักงานใหญ่ ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผ็นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมายื่นคำร้องของให้ไต่สวนและวินิจฉัยชี้มูลความผิดผู้ว่าการการยิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) เลขาธิการคณะกรรมการ EEC นายกเทศมนตรีมาบข่าพัฒนาและนายอำเภอนิคมพัฒนา จ.ระยอง กรณีปล่อยให้โครงการนิคมอุตสาหกรรมซีพีจีซี ยึดถือ ครอบครอง ถมคลองสาธารณะมาบใหญ่ สร้างถนนปิดทับ และนำทางสาธารณะประโยชน์ที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันไปขายให้โรงงานเอกชนยึดถือ ครอบครองและเปลี่ยนสภาพจนหมด
ทั้งนี้สืบเนื่องจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ร่วมกับบริษัทเอกชนรายใหญ่พัฒนาโครงการนิคมอุตสาหกรรมซีพีจีซีขึ้นมามีพื้นที่ 3,068 ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอบ้านค่าย และ อำเภอนิคมพัฒนา ในจังหวัดระยอง และเป็นโครงการที่คณะกรรมการ EEC ส่งเสริมให้เป็นอุตสาหกรรมแนวใหม่ในกลุ่มอุตสาหกรรม S-Curve และ New S-Curve ในพื้นที่ EEC อีกด้วย
แต่ปรากฎว่าในการกว๊านซื้อที่ดินมาจากชาวบ้านหลายพันไร่ดังกล่าว โดยมีคลองมาบใหญ่ซึ่งเป็นคลองสาธารณะตามประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 1304 (2) ไหลผ่ากลางพื้นที่นิคมฯดังกล่าวด้วย ซึ่งคลองดังกล่าวมีความกว้างมากกว่า 40 เมตร ไหลพาดผ่านพื้นที่ของนิคมฯดังกล่าว แต่ถูกโครงการนิคมฯนำดินมาถมจนไม่เหลือสภาพของคลองสาธารณะอยู่เสีย เพียงแต่ไปสร้างคูคอนกรีตกว้าง 1-2 เมตรรองรับเท่านั้น อีกทั้งในพื้นที่ดังกล่าวยังมีทางสาธารณะประโยชน์ที่พลเมืองใช้ร่วมกันอยู่เป็นจำนวนมาก แต่ถูกนำไปจัดล็อคแบ่งขาย-เช่าให้กับผู้ประกอบการเอกชนที่มาซื้อ-เช่าพื้นที่เพื่อการลงทุนไปจนหมดสิ้น ทำให้ประชาชนไม่สามารถใช้ประโยชน์ใด ๆ ได้อีก
นอกจากนั้น ยังได้มีการอนุญาตให้มีอุตสาหกรรมถลุงหรือแต่งโลหะ หรือหลอมโลหะในโครงการนิคมฯดังกล่าวอีกด้วย ซึ่งขัดต่อเขตอุตสาหกรรมภายใต้การส่งเสริมของ EEC ตามประกาศของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกโดยตรง ที่ไม่ต้องการให้มีโรงงานที่ก่อมลพิษจำนวนมากในพื้นที่ส่งเสริม แต่ทว่ากลับมีการเสนอเรื่องให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการ(คชก.)พิจารณาให้ความเห็นชอบผลรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) และมีการอนุญาตให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงรายงานของโครงการฯมากถึง 7 ครั้งแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องพิรุธอย่างมาก และขัดต่อกฎหมายหลายฉบับ
ด้วยเหตุดังกล่าว องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงนำความพร้อมพยานหลักฐาน สำเนาโฉนดที่ดิน ฯลฯ มาร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนและวินิจฉัยชี้มูลความผิดหน่วยงานและเจ้าหน้าที่รัฐทั้งหมด ที่เอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน และเพิกเฉยต่อการปกป้องสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ปล่อยให้มีการยึดถือ ครอบครอง ทั้งคลองและถนนสาธารณะในพื้นที่นิคมฯดังกล่าวจนหมดสิ้น เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายต่อไป กฎฎหมายต้องเป็นกฎหมาย นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด




