จวกแหลก ! กลุ่มทนายแพร่อัดยับ กรณีปลัดขยี้กามฯ ยังลอยนวลกระบวนการยุติธรรมยังเกียร์ว่าง ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ทางแม่และยายของนักเรียนหญิงเหยื่อกาม เข้าพบ นายชูศักดิ์ ติยะจามร ปลัดอำเภอสอง หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอสอง จังหวัดแพร่ (ปลัดอาวุโส) ในฐานะ ประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ตามที่นายสมชัย เลิศประสิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ตั้งขึ้นตามที่มีเหตุ นายประกาศิต มีสวัสดิ์ ปลัดอำเภอสอง ลวงเด็กนักเรียนหญิงโรงเรียนมัธยมปลายชื่อดังของจังหวัดแพร่ เสพกามแล้วไม่รับผิดชอบ ทำให้เด็กนักเรียนใจแตกหนีออกจากบ้านไปด้วยความเสียใจและหลงเชื่อปลัดอำเภอคนนี้มาตลอดแท้จริงแล้วปลัดมีภรรยาอยู่แล้วนั้น และมีพฤติกรรมแบบนี้มาหลายครั้งสำหรับการเข้าพบปลัดอาวุโสอำเภอสอง ในที่ว่าการอำเภอสอง ในฐานะประธานกรรมการสอบวินัยนายประกาศิต มีสวัสดิ์ ปลัดอำเภอสองผู้ก่อเหตุ แม่และยายของผู้เสียหายไม่ได้รับการต้อนรับอย่างเหมาะสมหรือให้เกียรติประชาชนผู้เดือดร้อนไม่เชิญเข้าพูดคุยหารือเพื่อบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้กับประชาชน แม่ผู้เดือดร้อนยืนสอบถามได้เพียงหัวบันไดทางขึ้นชั้น 2 ของที่ว่าการอำเภอสอง โดยปลัดอาวุโสอ้างว่างานยุ่งนายชูศักดิ์ ติยะจามร ปลัดอำเภอสอง หัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง อำเภอสอง จังหวัดแพร่ (ปลัดอาวุโส) กล่าวกับ แม่เหยื่อว่า คณะกรรมการชุดนี้ไม่เกี่ยวกับความผิดทางอาญา ซึ่งได้ดำเนินการตามขึ้นตอนแล้ว ไม่ได้เอามาพิจารณาร่วมกัน ตอนนี้ย้ายปลัดประกาศิตไปประจำอยู่ห้องจ่าจังหวัดแล้ว ถือเป็นการอยู่ในขั้นตอนสอบสวนส่วนแม่ของนักเรียนหญิงที่ตกเป็นเหยื่อ ได้พยายามบอกกับประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยว่า ควรนึกถึงหัวอกของคนเป็นแม่บ้าง ลูกหายไปมันทุกข์ใจแค่ไหน ไปติดต่อที่ไหนหน่วยราชการไม่เคยให้ความร่วมมือหรือเป็นเพราะผู้เดือนร้อนเป็นประชาชนธรรมดา ยิ่งมากไปกว่าจากนั้น ทางแม่นักเรียนหญิงยกมือไหว้ขอวอนให้ประธานคณะกรรมการสอบสวนทางวินัยได้โปรดเห็นใจประชาชนผู้เดือดร้อนด้วยเถิดผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถือเป็นภาพที่อนาถใจมากเป็นอย่างมาก กับประชาชนที่กำลังเดือดร้อนหน่วยงานราชการโดยเฉพาะกรมการปกครองไม่เคยเข้าใจปัญหาประชาชนและยังถือว่าตนเองเป็นนายประชาชนกลุ่มทนายความในจังหวัดแพร่ ดูข่าวดังกล่าวแล้วพากันให้ความเห็นตรงกันว่า “การหลอกเยาวชนที่อายุไม่ถึง 18 ปี ไปเสพกาม และผู้กระทำยังดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอตามกฏหมายถือว่าร้ายแรงมาก หลังมีการสอบสวนด็กจากสหวิชาชีพตามกฏหมายแล้วต้องเร่งดำเนินคดี ภายใน 15 วัน เพราะเป็นคดีอาญากระทำต่อเด็กและเยาวชน ส่วนต้นสังกัดคือกรมการปกครองควรมีคำสั่งหยุดราชการและให้ออกจากราชการไว้ก่อน ในกรณีนี้เหตุเกิดมานานกว่า 2 เดือนแล้ว พนักงานสอบสวนยังไม่เรียกผู้กระทำผิดมารับทราบข้อกล่าวหา จึงพิจารณาได้ว่า หน่วยงานทั้งตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ ฝ่ายปกครองที่มีผู้ว่าราชการจังหวัแพร่ จงใจถ่วงไม่ให้คดีคืบหน้า ทิ้งเวลาให้มีการเคลียร์กัน อย่างนี้ผู้ประสบเหตุจึงตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมที่พึ่งกระบวนการยุติธรรมในเมืองแพร่ไม่ได้อีกต่อไปธีรพงษ์ ธงออน/แพร่061-595-5297
