CIB ผนึกกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดปฏิบัติการ “ปอกเปลือกนอมินี” ทลายเครือข่ายล้งมะพร้าวข้ามชาติ กดราคาผลผลิตเกษตรกรไทย
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่ห้องแถลงข่าว ชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย นายพูนพงษ์ นัยนาภาภรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติการ “ปอกเปลือกนอมินี” หลังเข้าตรวจค้นเครือข่ายล้งมะพร้าวต่างชาติในพื้นที่จังหวัดราชบุรี รวม 8 จุด พบพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นแทนเพื่ออำพรางการประกอบธุรกิจและผูกขาดตลาดมะพร้าวในประเทศ
การสืบสวนของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) พบว่ากลุ่มทุนต่างชาติใช้วิธีจัดตั้งบริษัทโดยให้คนไทยถือหุ้น 51% ตามข้อกำหนดของกฎหมาย แต่จากการตรวจสอบพบว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นเพียงพนักงานหรือผู้ที่ถูกจ้างมาเซ็นเอกสาร ไม่มีอำนาจบริหารหรือส่วนแบ่งกำไรจริง ขณะที่การกำหนดราคา การสั่งซื้อ และการบริหารจัดการโลจิสติกส์ ถูกควบคุมจากนายทุนต่างชาติผ่านการสื่อสารทางแอปพลิเคชัน
นอกจากนี้ยังพบการดำเนินธุรกิจแบบครบวงจร ตั้งแต่การเช่าที่ดินปลูกมะพร้าวเอง การตั้งสถานประกอบการรับซื้อและคัดแยกผลผลิต ก่อนส่งออกไปยังเครือข่ายของตนในต่างประเทศ ส่งผลให้เกิดการผูกขาดตลาดและกดราคารับซื้อหน้าสวนจากเกษตรกรไทยเหลือเพียง 2–5 บาทต่อลูก ก่อนนำไปแปรรูปและส่งออกจำหน่ายในราคาสูงถึง 35–50 บาทต่อลูก
จากการเข้าตรวจค้นบริษัทเป้าหมาย 8 แห่ง พบสถานประกอบการที่เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 จำนวน 6 บริษัท ตรวจพบผู้เกี่ยวข้องเป็นนิติบุคคล 6 ราย บุคคลสัญชาติไทย 10 ราย และชาวต่างชาติ 7 ราย พร้อมตรวจยึดเอกสารบัญชี เอกสารภาษี และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รวมกว่า 10 กล่อง เพื่อนำไปตรวจสอบขยายผลทางคดี
เจ้าหน้าที่เตือนว่าการรับจ้างเป็น “นอมินี” ให้ต่างชาติถือเป็นความผิดทางอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศและอาชีพของเกษตรกรไทย โดยหลังจากนี้เจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเด็ดขาด.




You May Also Like