“จ่าคิงส์”พาคุณแม่ร้องกองปราบฯ ขอให้ช่วยลูกชายนักกีฬา รร.ดังเมืองนนท์ ถูก ผช.โค้ชใช้ไม้ฟาดหัว-ตัว ช้ำสะสมนาน 2 ปี

“จ่าคิงส์”พาคุณแม่ร้องกองปราบฯ ขอให้ช่วยลูกชายนักกีฬา รร.ดังเมืองนนท์ ถูก ผช.โค้ชใช้ไม้ฟาดหัว-ตัว ช้ำสะสมนาน 2 ปี

เมื่อเวลา 10.30 น.วันที่ 17 มีกค.69 ที่ บริเวณหน้าแดนเนรมิตเก่า ถนนพหลโยธิน “จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่” พา นางเอ.มารดาของ นาย บี. อายุ 18 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนกีฬาชื่อดังแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี เดินทางเข้าพบ พงส.บก.ป.เพื่อร้องขอความเป็นธรรม หลังลูกชายถูก ครูซี. ผู้ช่วยโค้ชทำร้ายร่างกายอย่างทารุณด้วยการใช้ไม้ตีเป็นประจำ เผยฟางเส้นสุดท้ายถูกบุกตีถึงที่นอนจนได้รับบาดเจ็บ แจ้งความแล้วคดีไม่คืบ

คุณแม่ผู้เสียหายเปิดเผยด้วยความอัดอั้นว่า ลูกชายต้องทนถูกความรุนแรงมาตั้งแต่เรียนชั้น ม.5 จนถึงปัจจุบัน (ม.6) รวมระยะเวลากว่า 2 ปี บางครั้งถูกทำโทษรุนแรงถึง 20 ที โดยเหตุการณ์ล่าสุดที่ทนไม่ไหวเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 09.30 น.
ขณะที่ลูกชายนอนหลับอยู่ในหอพัก ผู้ช่วยโค้ชคนดังกล่าวได้ถือไม้บุกขึ้นมาถลกผ้าห่ม แล้วฟาดเข้าที่ต้นขาอย่างแรง ก่อนจะไล่ตีเด็กคนอื่นๆ รวม 7 คน และวนกลับมาตีที่ศีรษะและกลางหลังของลูกชายซ้ำอีก รวมในเช้าวันเดียวโดนไป 3 ครั้ง ทั้งที่ลูกชายเผยว่า
“ปลุกกันดีๆ ก็ได้ ไม่เห็นต้องตีขนาดนี้”

คุณแม่ยังได้ให้ดูไลน์ที่ “โค้ชแดง” โดยยอมรับสารภาพว่า
“ผมต้องขอโทษผู้ปกครองด้วยครับ ที่ผมทำในวันนี้ มันเกินกว่าเหตุจริงๆ ผมยินดีรับผิดชอบทุกอย่างที่ทำลงไป ผมไม่แก้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น… ผมอารมณ์ร้อนเองที่ทำให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้”

ขณะที่คุณแม่ตอกกลับในแชตด้วยความเจ็บปวดว่า “ทำร้ายร่างกายเด็กจนแตกขนาดนี้ ไม่มีจรรยาบรรณความเป็นครูเลย มันเกินมนุษย์ไปแล้ว” และยืนยันจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุดเพื่อไม่ให้ไปทำกับเด็กคนอื่นอีก

ภายหลังเกิดเหตุ คุณแม่ได้พาลูกชายเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ และส่งตัวไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า แต่จนถึงปัจจุบันคดียังไม่มีความคืบหน้า มีเพียงข้อความติดต่อจากทางโค้ชคู่กรณีเท่านั้น ทำให้คุณแม่เกิดความเครียดและกังวลว่าเด็กคนอื่นๆ จะต้องตกเป็นเหยื่อความรุนแรงแบบนี้อีก

“แม่เกิดมายังไม่เคยตีลูกแรงขนาดนี้เลย ยุคนี้มันยุคไหนแล้ว ทำไมถึงตีเด็กเหมือนวัวเหมือนควาย หัวใจคนเป็นแม่รับไม่ได้ที่ลูกต้องเผชิญฝันร้ายสะสมมาตลอด 2 ปี” คุณแม่กล่าวทั้งน้ำตา

ด้าน จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ ระบุว่าพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการทารุณกรรมเด็กและเยาวชน ซึ่งสถานศึกษาควรเป็นที่ปลอดภัย หลังจากนี้จะพามารดาและผู้เสียหายเข้าปรึกษาทางกฎหมายและร้องเรียนต่อกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้เร่งรัดคดีและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด

หลังเข้าพบ พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป.ได้โทรไปประสานพนักงานสอบสวนสภ. รัตนาธิเบศร์ให้ดำเนินการเร่งรัดคดีให้ความยุติธรรมกับผู้เสียหายต่อไป




You May Also Like