กสม. ไทยร่วมสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินานาประเทศ ผนึกกำลังผลักดันตราสารระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิผู้สูงอายุ รับรองศักดิ์ศรีผู้สูงอายุในฐานะผู้ทรงสิทธิไม่ใช่ผู้พึ่งพิง
นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เปิดเผยว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในคราวประชุมด้านการบริหาร เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 ได้มีมติให้ กสม. ในฐานะสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (National Human Rights Institutions: NHRIs) ของประเทศไทยร่วมลงนามรับรองเอกสารข้อเสนอร่วมฯ เพื่อผลักดันให้มี “ตราสารระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิผู้สูงอายุ” ตามที่ได้รับการแจ้งเชิญชวนจากสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกาหลีใต้และโปแลนด์ในฐานะประธานและรองประธานคณะทำงานเครือข่ายพันธมิตรระดับโลกว่าด้วยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (GANHRI) ว่าด้วยผู้สูงอายุและสิทธิมนุษยชนของผู้สูงอายุ เพื่อนำไปบรรจุไว้ในเอกสารประกอบการประชุม สมัยที่ 1 ของคณะทำงานระหว่างรัฐบาลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของผู้สูงอายุ (IGWG) ระหว่างวันที่ 13 – 17 กรกฎาคม 2569 ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส อันจะช่วยสะท้อนถึงพลังเสียงและเจตจำนงร่วมของกลุ่มสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กลุ่ม NHRIs) ที่จะพัฒนาตราสารระหว่างประเทศที่มีผลผูกพันทางกฎหมายเพื่อรับรอง ส่งเสริม และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้สูงอายุ ให้มีน้ำหนักและมีความน่าเชื่อถือยิ่งขึ้น
เอกสารข้อเสนอร่วมเรื่องตราสารระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิผู้สูงอายุนี้ ยกร่างโดยคณะทำงาน GANHRI ว่าด้วยผู้สูงอายุฯ และสถาบันสิทธิฯ ได้แก่ ออสเตรเลีย โคลัมเบีย แคเมอรูน กรีซ อียิปต์ เอธิโอเปีย ฟินแลนด์ เคนยา เกาหลีใต้ โปแลนด์ สโลวาเกีย และสวีเดน และได้รับการเสริมเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้นจาก สถาบันสิทธิฯ เยอรมนี อินโดนีเซีย อิรัก นามิเบีย และฟิลิปปินส์ โดยมีกรอบแนวคิดสำคัญที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรโลกที่มีแนวโน้มสูงวัยมากขึ้น รวมถึงความท้าทายระดับโลก เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ โดยมีข้อเสนอว่าตราสารฯ ต้องสอดคล้องกับกรอบสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศที่มีอยู่เดิม ไม่ลดทอนขอบเขตสิทธิที่ได้รับการคุ้มครองอยู่แล้ว แต่พึงเสริมเติมช่องว่างที่ยังขาดอยู่ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือตราสารฯ ต้องเปลี่ยนกระบวนทัศน์จากแนวคิดสวัสดิการสู่การยอมรับผู้สูงอายุในฐานะผู้ทรงสิทธิอย่างสมบูรณ์ ครอบคลุมทั้งสิทธิพลเมืองและการเมือง และสิทธิเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยต้องคำนึงถึงความหลากหลายในบริบทส่วนบุคคล สังคม วัฒนธรรม และชุมชนดั้งเดิม รวมถึงการเลือกปฏิบัติหลายรูปแบบที่ผู้สูงอายุที่เป็นกลุ่มเปราะบางต้องเผชิญ
นอกจากนี้ รากฐานสำคัญของตราสารฯ ควรประกอบด้วย การรับรองว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ไม่อาจถูกลดทอนด้วยเหตุแห่งอายุ การรับรองการห้ามเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งอายุ และการมุ่งแก้ไขปัญหาการเลือกปฏิบัติทางอายุ (Ageism) การรับรองสิทธิในความเป็นอิสระและการกำหนดชีวิตตนเองของผู้สูงอายุในทุกช่วงวัย การรับรองบทบาทของผู้สูงอายุในสังคม การรับประกันการมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจสาธารณะ ตลอดจนการกำหนดนโยบายใด ๆ โดยคำนึงถึงแนวคิดอัตลักษณ์และอำนาจทับซ้อน (Intersectionality) ที่ต้องตระหนักถึงความเท่าเทียม ฐานะทางเศรษฐกิจ และความต้องการเฉพาะของกลุ่มผู้สูงอายุที่มีความหลากหลาย เช่น สตรี คนพิการ ผู้อพยพ กลุ่ม LGBTQIA+ ชนพื้นเมืองและชาติพันธุ์
คณะทำงาน GANHRI ยังมีข้อเสนอว่า ตราสารฯ ควรระบุให้มีการจัดตั้งคณะกรรมการว่าด้วยสิทธิของผู้สูงอายุ (Committee on the rights of older persons) ที่รับรองให้สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทำหน้าที่ติดตามตรวจสอบอิสระร่วมกับผู้สูงอายุ และภาคประชาสังคม มีระบบรับเรื่องร้องเรียนรายบุคคล ตลอดจนมีกลไกรายงานตามรอบของรัฐภาคีด้วย
“เอกสารข้อเสนอร่วมฯ ของกลุ่มสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อผลักดันให้มีตราสารระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิผู้สูงอายุฉบับนี้มีหลักการและสาระสำคัญเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับหลักการสิทธิมนุษยชนสากลของผู้สูงอายุ รวมถึงสอดคล้องกับการดำเนินงานของ กสม. ไทยในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของผู้สูงอายุในหลายประเด็น เช่น การรับรองผู้สูงอายุในฐานะผู้ทรงสิทธิอย่างสมบูรณ์และไม่ใช่เพียงผู้พึ่งพิง การส่งเสริมความเป็นอิสระและศักดิ์ศรีในการดำรงชีวิต การแก้ไขช่องว่างทางกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการมีส่วนร่วมของผู้สูงอายุ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาการเลือกปฏิบัติทางอายุ ซึ่งล้วนเป็นประเด็นที่ กสม. ได้ผลักดันอย่างต่อเนื่องในเวทีสมัชชาสิทธิมนุษยชนตั้งแต่ปี 2567 ถึงปัจจุบัน การสนับสนุนให้มีตราสารระหว่างประเทศดังกล่าวจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการรับรองสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้สูงอายุท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมไทยที่ก้าวสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว” นายวสันต์กล่าว



