รัฐดัน “รถเก่าแลกรถใหม่” ฝ่าโจทย์หิน 2.6 ล้านคัน ชูโมเดลหนุนสันดาปคู่ EV รักษาฐานผลิตหลัก

รัฐดัน "รถเก่าแลกรถใหม่" ฝ่าโจทย์หิน 2.6 ล้านคัน ชูโมเดลหนุนสันดาปคู่ EV รักษาฐานผลิตหลัก

รถเก่าแลกรถใหม่" กลับมาเป็นประเด็นร้อนที่ภาครัฐต้องเร่งเครื่องหาข้อสรุป หลังตั้งเป้าดึงรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานสูงกว่า 2.6 ล้านคันออกจากระบบ เพื่อแก้ปัญหามลพิษและกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้านสภาอุตสาหกรรมฯ แนะรัฐอย่าทิ้งเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ชี้เป็นเส้นเลือดใหญ่ของการจ้างงานและห่วงโซ่อุปทานในไทย
​วิเคราะห์ปมร้อน: โจทย์ใหญ่ที่รัฐต้องแก้
​แม้จะเป็นนโยบายที่พยายามผลักดันมานานกว่า 8-9 ปี แต่โครงการ "รถเก่าแลกรถใหม่" ยังคงเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ 3 ด้าน ที่ทำให้ยังไม่สามารถแจ้งเกิดได้เต็มตัว:

​งบประมาณและการจูงใจ: รัฐต้องหาจุดสมดุลในการสนับสนุนงบประมาณเพื่อสร้างแรงจูงใจที่มากพอให้ประชาชนยอมเปลี่ยนรถใหม่ ในขณะที่เศรษฐกิจยังคงฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
​การจัดการซากรถ (End-of-Life Vehicles): ไทยยังขาดระบบการกำจัดซากรถที่ได้มาตรฐานครบวงจร รวมถึงการพิจารณาว่าจะนำรถเก่าไปทำลาย ส่งออกไปประเทศที่สาม หรือมีเกณฑ์จำกัดอายุรถที่เหมาะสมอย่างไร

​เกณฑ์อายุรถ: มีข้อเสนอให้พิจารณาเกณฑ์อายุรถที่เหมาะสม ซึ่งเดิมเคยมีแนวคิดที่ 8 ปี แต่ภาคอุตสาหกรรมมองว่าอาจจะเร็วเกินไปสำหรับบริบทของประเทศไทย
​เสียงสะท้อนจากภาคอุตสาหกรรม: อย่าลืม "สันดาป"

​นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ให้ความเห็นว่า มาตรการนี้จะช่วยลดการนำเข้าน้ำมันและลด PM2.5 ได้จริง แต่รัฐควรใช้กลยุทธ์แบบ "คู่ขนาน" ดังนี้:

​หนุนทั้ง EV และ ICE: ไม่ควรมุ่งเน้นเพียงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เท่านั้น แต่ต้องประคองรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) โดยเฉพาะ "รถกระบะ"
​รักษาห่วงโซ่อุปทาน: รถกระบะที่ผลิตในไทยมีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) สูงถึง 90% หากฐานผลิตนี้สั่นคลอน จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อการจ้างงานและ GDP ของประเทศ
​รับมือความเสี่ยงโลก: ปัจจุบันต้นทุนการส่งออกพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางตะวันออกกลางจากสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ การเร่งกระตุ้นดีมานด์ในประเทศจึงเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด

​สถานการณ์รถเก่าในไทย
​ปัจจุบันประเทศไทยมีรถยนต์ที่มีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี จดทะเบียนสะสมมากกว่า 5-6 ล้านคัน หากรวมกลุ่มรถที่มีอายุเกิน 10-15 ปี จะมีจำนวนมหาศาล ซึ่งเป็นกลุ่มหลักที่ปล่อยมลพิษและมีความปลอดภัยต่ำกว่ามาตรฐานรถรุ่นใหม่ การผลักดันโครงการนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจ แต่คือการยกระดับคุณภาพอากาศและมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนน

​บทสรุป: โครงการรถเก่าแลกรถใหม่ในปี 2026 นี้ จึงไม่ใช่แค่การให้ส่วนลดเพื่อซื้อรถใหม่ แต่คือการวางรากฐาน "ระบบจัดการซากรถ" และการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ว่าจะรักษาอุตสาหกรรมยานยนต์เดิมให้เปลี่ยนผ่านสู่ยุคใหม่ได้อย่างไรโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

​#รถเก่าแลกรถใหม่ #อุตสาหกรรมยานยนต์ #สภาอุตสาหกรรม #รถยนต์ไฟฟ้า #EV #ICE #เศรษฐกิจไทย #PM25 #ข่าวธุรกิจ



You May Also Like