ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สกัดจับวันเดียวจับ 2 คันรวดขบวนการขนต่างด้าวเข้าเมืองอัดแน่นเต็มคันรถ รวม 16 ราย

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) สกัดจับวันเดียวจับ 2 คันรวด
ขบวนการขนต่างด้าวเข้าเมืองอัดแน่นเต็มคันรถ รวม 16 ราย
 
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการตำรวจทางหลวง (บก.ทล.) ภายใต้
การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ รอง ผบช.ก.,           พล.ต.ต.จรูญเกียรติ  ปานแก้ว รอง ผบช.ก., พล.ต.ต.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผบก.ทล., พ.ต.อ.สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล
รอง ผบก.ทล., พ.ต.อ.ธัช โพธิ์สุวรรณ ผกก.1 บก.ทล., พ.ต.ท.สุเจต บุญคง รอง ผกก.1 บก.ทล.
        
เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.(อยุธยา) นำโดย พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.1กก.1บก.ทล.,พ.ต.ท.กิตติภพ ทองเพชร สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.เชาวลิต สีดำ รอง สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ร.ต.อ.คมสันติ์ วรทรัพย์ รอง สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ร.ต.ท.อัศนี ศรีจันทร์
รอง สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.,ด.ต.เจษฎา นววิศิษฎ์กุล ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล., ส.ต.อ.สิริวัฒน์
ยอดสง่า ผบ.หมู่ ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.
 
      ​ได้ร่วมกันจับกุม ขบวนการขนต่างด้าวคันที่ 1
ผู้ต้องหาที่ 1 นาย ZIN BO ฯ อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา ผู้ต้องหาที่ 1 โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”
       ​ผู้ต้องหาที่ 2 – 6 เป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
      ​ พร้อมด้วยของกลาง
      ​  1.รถยนต์สวนบุคคล ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น ALTES สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ขก-5xx6นครปฐม จำนวน 1 คัน (ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่)
       ​ 2. โทรศัพท์มือถือ รุ่น VIVO Y29 จำนวน 1 เครื่อง
       ​ 3.กุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก
      ​ สถานที่จับกุม บริเวณ ถนนสายเอเซีย (ขาเข้า) ทล.32 กม17-18 ตำบลคลองสวนพลู อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
      ​ พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้มีการกวดขันจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและผู้นำพาในเส้นทางพื้นที่ภาคกลาง โดยสืบสวนทราบว่าจะมีการขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย มุ่งหน้าเข้าพื้นที่กรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเฝ้าระวัง จนกระทั่งพบรถยนต์เก๋งสองตอน ยี่ห้อ TOYOTA รุ่น ALTES  สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข ขก-5xx6 นครปฐม ขับขี่ผ่านมาที่บริเวณ ถนนสายเอเซีย (ขาเข้า) ทล.32 กม17-18 ตำบลคลองสวนพลู อำเภอเมืองพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยพบรถที่มีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ปกติ อีกทั้งยังมีการติดฟิล์มมืดทึบมีเหตุอันควรต้องสงสัย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับขี่รถติดตามโดยส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกคันดังกล่าวให้หยุด จากนั้นจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมขอทำการตรวจสอบ เบื้องต้นสอบถามชื่อผู้ขับขี่ทราบชื่อนาย ZIN BO ฯ อายุ 34 ปี สัญชาติเมียนมา จากนั้นเจ้าหน้าที่พบเห็นบุคคลโดยสารภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าเป็นแรงงานต่างด้าว จำนวน 6 คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขอตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง เบื้องต้นพบว่าบุคคลดังกล่าวเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางมาแสดง เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหา ผู้ต้องหาทั้งหมด จากนั้นจึงควบคุมตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระนครศรีอยุธยา ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาที่ 1 ให้การยอมรับว่า วันที่ 25 เมษายน 2569 ตนได้รับการประสานงานจากเพื่อนชาวเมียนมา ชื่อ กาวิน (ไม่ทราบชื่อ-นาสกุลกุลจริง) ติดต่อผ่าน Messenger ให้ไปรับคนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 6 คน ในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ และ จ.สิงห์บุรี เพื่อไปส่งปลายทาง กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยได้ค่าจ้าง 500 บาทต่อการขนคนต่างด้าว 1 คน และตนทราบดีอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆ และยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพามาส่งที่ปลายทางโดยกระทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ
สอบถามผู้ต้องหาที่ 2 - 6 ให้การยอมรับว่าผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมาว่าได้ลักลอบเข้ามาจากฝั่งเมียนมาและเดินเข้ามาในช่องทางธรรมชาติจากเมืองเมียวดี ข้ามมายังประเทศไทย อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อจะเดินทางเข้ามาหางานทำงานในประเทศไทย โดยชาวเมียนมาเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าจำนวนเงินประมาณ 15,000 บาท ซึ่งเดินทางเข้ามาประเทศไทยแล้ว 5 วันก่อนที่จะถูกจับกุม ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
 
      ​ได้ร่วมกันจับกุม ขบวนการขนต่างด้าวคันที่ 2
 ​ผู้ต้องหาที่ 1 นาย AUNG ZAW ฯ อายุ 32 ปี  โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน  “รู้ว่าคนต่างด้าวคนใดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยฝ่าฝืนกฎหมาย ให้เข้าพักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยด้วยประการใด ๆ เพื่อให้คนต่างด้าวนั้นพ้นจากการจับกุม”
   ​ผู้ต้องหาที่ 2 – 10 เป็นบุคลสัญชาติเมียน โดยกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
    ​พร้อมด้วยของกลาง
      ​1. รถยนต์นั่งสามตอน ยี่ห้อ TOYOTA FORTUNER สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 4ขผ-9xx3 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน (ผู้ถูกจับที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่)
      ​2. โทรศัพท์ยี่ห้อ OFFO สีฟ้าจำนวน 1 เครื่อง (ของผู้ถูกจับที่ 1)
      ​3. กุญแจรถยนต์ จำนวน 1 ดอก
พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้มีการกวดขันจับกุมแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายและผู้นำพาในเส้นทางพื้นที่ภาคกลาง จึงได้สืบสวนในพื้นที่และจากการสืบทราบว่าจะมีการขนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเฝ้าระวัง จนกระทั่งพบรถยนต์นั่งสามตอน ยี่ห้อ TOYOTA FORTUNER สีขาว ติดแผ่นป้ายทะเบียนหมายเลข 4ขผ-9xx3 กรุงเทพมหานคร ขับขี่ผ่านมามีลักษณะรถที่มีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ปกติและติดฟิล์มมืดทึบมีเหตุอันควรต้องสงสัย โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ส่งสัญญาณไฟกระพริบสีแดงและใช้สัญญาณเสียงรวมถึงการพูดออกคำสั่งผ่านไมโครโฟนเรียกคันดังกล่าวให้หยุด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แสดงตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมขอทำการตรวจสอบพร้อมกับได้แสดงความบริสุทธิ์ใจจนเป็นที่พอใจแล้ว เบื้องต้นสอบถามชื่อ นาย AUNG ZAW ฯ อายุ 32 ปี สัญชาติ เมียนมา (ทราบชื่อ-นามสกุลภายหลัง) ผู้ต้องหาที่ 1 แสดงตนเป็นผู้ขับขี่ จากนั้นเจ้าหน้าที่พบเห็นบุคคลโดยสารภายในรถยนต์คันดังกล่าวพบว่าเป็นแรงงานต่างจำนวน 10 คน เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมขอตรวจสอบหนังสือเดินทางหรือเอกสารอื่นใดที่ใช้แทนหนังสือเดินทาง เบื้องต้นเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา ไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางแต่อย่างใดมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวหาและควบคุมตัวพร้อมของกลางนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.อุทัย ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
สอบถามคำให้การผู้ต้องหาที่ 1 ให้การยอมรับว่า วันที่ 25 เมษายน 2569 ตนได้รับการประสานงานจากเพื่อนชาวเมียนมาชื่อซัน ชิน วิน (ไม่ทราบชื่อ-นาสกุลกุลจริง) ผ่าน Messenger ให้ไปรับคนแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง จำนวน 10 คน ในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี และ จ.นครสวรรค์ เพื่อไปส่งปลายทางกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยได้ค่าจ้าง 1,000 บาทต่อการขนส่ง 1 ครั้ง และตนทราบดีอยู่แล้วว่าแรงงานต่างด้าวไม่มีหนังสือเดินทางหรือเอกสารแทนหนังสือเดินทางใดๆ และยินยอมที่จะมีส่วนร่วมในการนำพามาส่งที่ปลายทางโดยกระทำแบบนี้มาแล้วหลายครั้ง จนกระทั่งมาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงเรียกตรวจสอบ
สอบถามผู้ต้องหาที่ 2 - 10 ให้การยอมรับว่าผ่านล่ามแปลภาษาเมียนมาว่า ได้ลักลอบนั่งเรือจากฝั่งเมียนมาและเดินเข้ามาในช่องทางธรรมชาติ อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อจะเดินทางเข้ามาหางานทำงานในประเทศไทย โดยชาวเมียนมาบางคนเสียค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าจำนวนเงินประมาณ 11,000 บาท และ ชาวเมียนมาบางคนยังไม่มีการเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ให้กับนายหน้า ทั้งนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา
ช่องทางการติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม พ.ต.ท.ศุภกร ตังคะประเสริฐ สวญ.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล.
090-982-0586



You May Also Like