จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พานางนลินรัตน์ ธนากิตติ์บุญศรี อายุุ 52 ปี ชาวตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา อาชีพค้าขายตลาดนัด เข้าร้องศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กรณีเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2566 ลูกสาว (นางสาวปริมณัฐชา ธนากิตติ์บุญศรี) ในขณะนั้นอายุ 12 ปี ได้ขับรถจักรยานยนต์ไปประสบอุบัติเหตุชนรถบรรทุกสิบล้อขนส่งอาหารสัตว์ยี่ห้อดัง (pedigree) ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากรถสิบล้อ ขับหักเลี้ยวเข้าโรงงานอย่างกระทันหัน ซึ่งลูกสาวขับรถจักรยานยนต์มาทางตรง เบรครถไม่ทันจึงไปพุ่งชนรถสิบล้อเข้าอย่างแรง ได้รับบาดเจ็บสาหัส


จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พานางนลินรัตน์ ธนากิตติ์บุญศรี อายุุ 52 ปี ชาวตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา อาชีพค้าขายตลาดนัด เข้าร้องศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กรณีเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2566 ลูกสาว (นางสาวปริมณัฐชา ธนากิตติ์บุญศรี) ในขณะนั้นอายุ 12 ปี ได้ขับรถจักรยานยนต์ไปประสบอุบัติเหตุชนรถบรรทุกสิบล้อขนส่งอาหารสัตว์ยี่ห้อดัง (pedigree) ที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เนื่องจากรถสิบล้อ ขับหักเลี้ยวเข้าโรงงานอย่างกระทันหัน ซึ่งลูกสาวขับรถจักรยานยนต์มาทางตรง เบรครถไม่ทันจึงไปพุ่งชนรถสิบล้อเข้าอย่างแรง ได้รับบาดเจ็บสาหัส จากนั้นได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลปากช่องนานา และส่งตัวย้ายไปผ่าตัดที่โรงพยาบาลมหาราชสีมาต่อ เพราะอาการสาหัสหนักไม่รู้สึกตัวเป็นเวลาเกือบ 10 วัน โดยแพทย์วินิจฉัยว่า เลือดออกในสมอง, กะโหลกศรีษะแตก, กระดูกใบหน้าแตก, บาดแผลฉีกขาดบนใบหน้า และผนังช่องท้องช้ำ จนกระทั่งวันที่ 17 พฤษภาคม 2567 ได้เข้ารับการผ่าตัดตาทั้งสองข้างอีกครั้ง จึงได้ขอได้ขอความช่วยเหลือจากคู่กรณี แต่ถูกปฏิเสธและพูดจาข่มขู่ จากนั้นยังมีการรักษาตัวต่อเนื่องจนถึงวันที่ 11 กันยายน 2568 แพทจ์จึงหยุดนัด และลูกสาวต้องหยุดเรียนไปเป็นเวลา 1 ปี เพราะสมองได้รับความกระทบกระเทือน ส่งผลให้มีอาการปวดศีรษะ และเกิดภาพซ้อนจนถึงทุกวันนี้ ในขณะเกิดเหตุนั้นลูกสาวอายุ 12 ปี ปัจจุบันลูกสาวได้กลับมาเรียนต่อในสาขาการค้าปลีก ปวช.ปีที่ 1 ที่สถาบันอาชีวะแห่งหนึ่งในจังหวัดลพบุรี แต่จากการอุบัติเหตุส่งผลกระทบต่อร่างกายทำให้เรียนหนังสือได้ไม่เป็นปกติเหมือนคนอื่น ส่วนความคืบหน้าเรื่องคดีความนั้น เหตุการณ์นี้ยังไม่เป็นคดี เพราะหลังเกิดเหตุ (วันที่ 18 สิงหาคม 2566) ได้ไปแจ้งความที่ สภ.ปากช่อง แต่ตำรวจกลับไม่รับแจ้งความ บอกว่าตำรวจไม่มีหลักฐานเอาผิดคู่กรณีได้ ให้หาหลักฐานมาเอง เมื่อได้หลักฐานมาได้ก็ไม่ยอมรับแจ้งความอีก แต่ตำรวจได้มาเป็นคนกลางในการไกล่เกลี่ย คู่กรณีจะใช้ พ.ร.บ.ในการให้ความช่วยเหลือเรื่องการรักษา เนื่องจากไม่ได้ทำประกันภัยไว้ แต่ตำรวจเหมือนมีพฤติการณ์เข้าข้างคู่กรณี อ้างหลักฐานเท็จ ระบุว่าลูกสาวเป็นฝ่ายผิด ก่อนหน้านี้เคยไปร้องเรียนหลายหน่วยงาน แต่ก็ไม่มีความคืบหน้า หลังจากเกิดเรื่องทางครอบครัวได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ต้องกู้ยืมเงินมารักษาลูกสาว จึงเข้ามาขอร้องเรียนเพื่อขอความเป็นธรรม ด้าน จ่าคิงส์ แตงทื เปิดเผยว่า จะพาผู้เสียหายไปร้องพนักงานสอบสวน บก.ปปป.เพื่อตรวจสอบตำรวจสภ. ปากช่อง ที่ไม่ยอมรับแจ้งความทำคดี เพราะถือว่าเข้าข่ายความผิดประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 เป็นเจ้าหน้าที่เจ้าพนักงาน ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่



You May Also Like