‘สุชาติ’ รมว.ทส. พร้อม รมช.มหาดไทย นำกำลังเจ้าหน้าที่รื้อสิ่งปลูกสร้าง รุกที่ป่าสงวน ‘หาดนุ้ย’ จ.ภูเก็ต 18ไร่ มูลค่า กว่า 2,000 ล้านบาท
หลังกลุ่มนายทุนเข้ามาทำกินหาผลประโยชน์กว่า 12 ปี ยืนยัน ศาลมีคำพิพากษาเพิกถอน นส.3 แล้วเมื่อปี 27 พื้นที่ต้องกลับคืนเป็นพื้นที่ป่า ลั่น ไม่กังวลจะถูกฟ้องกลับ ถ้ากังวลคงไม่มา ชี้เป็นภูเก็ตโมเดล ลุยตรวจสอบที่รุกป่าหาดอื่น
ด้านตัวแทนกลุ่มนายทุน ยื่นหนังสือคัดค้าน แต่ไม่ขัดขวาง ถามใช้อำนาจอะไรรื้อถอน ชี้ ยังอยูาระหว่างการต่อสู้ในชั้นศาลปกครอง ยืนยัน ไม่ใช่มาเฟีย ไม่ได้รุกที่ป่า ทำกินใกล้หาดนุ้ย ตามสิทธิที่ได้รับจัดสรรก่อนประกาศเป็นพื้นที่ป่า อ้างเก็บเงินค่าบริการสาธารณูปโภคไม่ใช่ค่าเข้าหาด เผย เตรียมดำเนินคดีกลับแน่นอน
วันที่ 20 ก.ค.2569 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำกำลังเจ้าหน้าที่ กรมป่าไม้ กรมที่ดิน ฝาายปกครอง และหน่วนงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ ‘ทวงคืนหาดนุ้ย’ รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างที่บุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าเทือกเขานาคเกิด ตำบลกะรน อำเภอเมืองภูเก็ต จังหวัดภูเก็ต จำนวน 50 รายการ หลังพบกลุ่มนายทุน ปรับพื้นที่เพื่อรองรับกิจกรรมการท่องเที่ยว ในการหาผลประโยชน์ส่วนตัวมานานกว่า 12ปี และก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ปิดประกาศคำสั่งให้กลุ่มนายทุนรื้อถอนเองภายในวันที่ 9 ก.ค.
เมื่อเจ้าหน้าที่นำกำลังเข้าไปถึงพื้นที่ทางเข้าหาดนุ้ย ปรากฎว่า นายทตวรรษ พลันสังเกตุ ตัวแทนผู่นับมอบอำนาจจากนายสิงหา ไพศาลวรไชย ผู้ถูกกล่าวหาในการรุกพื้นที่ป่า ได้เข้ามายื่นหนังสือคัดค้านการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ และยื่นรายงานกระบวนพิจารณาศาลปกครองภูเก็ตที่นายสิงหาได้ยื่นขอไต่สวนฉุกเฉินช่วงเช้าวันนี้ให้ได้รับทราบ แต่ยืนยันว่าไม่ได้จัดขวางการรื้อถอนของเจ้าหน้าที่ เพียงแค่คัดค้านการปฏิบัติงานเท่านั้น
โดยนายทตวรรษ ระบุว่า ตนเองเป็นตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจากนายสิงหา เข้ามายื่นหนังสือคัดค้าน หลังเจ้าหน้าที่ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้ามารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง และยืนยันว่า ตอนนี้นายสิงหา ได้อยู่ระหว่างการยื่นไต่สวนฉุกเฉิน ที่ศาลปกครอง วันนี้ตนเองในฐานะตัวแทนของนายสิงหา จึงอยากสอบถามเจ้าหน้าที่ว่าใช้อำนาจหน้าที่อะไร และใช้สิทธิอะไรเข้ามารื้อ เพราะขณะนี้ขั้นตอนอุทธรณ์คำวั่งยังไม่จบสิ้น ยังสามารถฟ้องศาลปคกรองได้อยู่ ส่วนจะรับฟังหรือไม่เป็นดุลยพินิจเพราะเราเคารพกฎหมาย
พร้อมมองว่า การที่เจ้าหน้าที่นำกำลังกันเป็น 100 นายทำให้ตนเองก็ตกใจ จึงต้องนำเอกสารมาตั้งรับ และจะต่อสู้กันด้วยเอกสารและกฎหมาย และข้อเท็จจริงในการต่อสู้ พร้อมยืนยันว่า ‘ที่นี่ไม่มีมาเฟีย’
นายทตวรรษ ยังได้ชี้แจงว่า กรณีการเก็บเงินค่าเข้าหาดนุ้ยด้วย ว่า เป็นการเก็บเงินค่าบริการ เพราะนายสิงหา ได้สร้างสิ่งสาธารณูปโภคไว้ ทั้งห้องน้ำ wifi ซึ่งมีนักท่องเที่ยวที่ยอมจ่าย รวมถึงค่าโดยสารที่จ่ายให้กับชาวบ้านที่มาวิ่งรถรับส่ง และใครไม่ยินดีจ่ายเราก็ไม่เก็บเงิน แต่ก็ไม่มีสิทธิมาใช้บริการของเรา เพราะสิ่งต่างๆเราลงทุนเอง ดังนั้นข้อกล่าวหาที่ว่า เก็บเงินค่าเข้าหาดนั้น ยืนยันว่า เราเก็บไม่ได้เพราะหาดเป็นหาดสาธารณะ และยืนยันว่า ไม่เคยรุกล้ำพื้นที่ชายหาด และนายสิงหาได้อยู่ในที่ครองครองที่ดินของตัวเอง ไม่ได้บอกว่าเป็นเจ้าของที่ดินหาดนุ้ย แต่ทำกินในที่ดินที่ครอบครองติดกับหาดนุ้ย
เมื่อถามย้ำว่า แต่ที่ที่ปลูกสร้างเป็นที่ป่าสงวน นานทตวรรษ ตัวแทนนายสิงหา ระบุว่า อยู่ในกระบวนการของศาลและท้ายที่สุด ศาลมีคำสั่งว่ารุกที่ป่าสงวนเราก็พร้อมที่จะออกจากพื้นที่ และมาวันนี้มาด้วยมิตรภาพ ไม่ได้ขัดขวางและไม่ได้ใช้กำลัง
และอ้างอีกว่า ก่อนหน้านี้ที่รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างไปบางส่วน เพราะผุพังไปเอง เนื่องจากสร้างมาหลายปีแล้ว ซึ่งการรื้อถอนไปก่อน ไม่ได้ยอมรับว่าเป็นการบุกรุกพื้นที่ป่า และหลังจากนี้หากเขารื้อถอนอยู่ แล้วหลังจากนี้นายสิงหาจะใช้สิทธิดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ทุกนาย
ขณะที่ เจ้าหน้าที่นิติกรของกรมป่าไม้ ชี้แจงว่า เจ้าหน้าที่ได้บูรณาการกำลังเข้ามารื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ตาม พรบ.ป่าสงวนแห่งชาติ ม.25 ซึ่งยืนยันว่า ขณะนี้คำสั่งเป็นที่ยุติแล้ว และ รมว.ทส. มีคำสั่งให้กรมป่าไม้ดำเนินการรื้อถอน และการเข้าพื้นที่ดังกล่าวได้เนื่องจากพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่ตั้งอยู่บนเทือกเขานากเกิด เลยต้องมีการดำเนินการรื้อถอนอาคารและสิ่งปลูกสร้างโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต
และเนื้อหาของการดำเนินการทางปกครองในการรื้ถอนนั้น หากจะระงับคำสั่งทางปกครอง ศาลจะต้องทุเลาการบังคับคดี ซึ่งจะต้องมาจากการพอจารณ์ของที่ประชุมใหญ่ของตุลาการศาลปกครองเท่านั้น แต่ถ้าศาลยังไม่มีคำสั่ง เจ้าหน้าที่สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่
ทั้งนี้กรณีที่นายสิงหา ไปยิ่นคำร้องขอไต่สวนฉุกเฉินกับศาลปกครอง หากศาลรับเรื่องแล้ว และเห็นว่า เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายก็สามารถฟ้องร้องตามกฎหมายได้เช่นกัน
พร้อมยืนยันว่า ‘กรมป่าไม้ดำเนินการตามพยานหลักฐาน เพราะที่ดิน นส.3 ได้เพิกถอนออกไปแล้ว และเมื่อมีการเพิกถอนแล้วต้องกลับคืนให้เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติเหมือนเดิม เพราะถือว่าเป็นการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
โดย เจ้าหน้าที่ได้ยกหนังสือ รับรองการทำประโยชน์ ที่ดิน นส.3 ที่ออกเมื่อ 9ก.ค.2527 พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ขีดค่าว่าหนังสือการทำประโยชน์ได้เพิกถอนตามคำพิพากษาศาลฎีกา 27 มิ.ย.2557 ถือว่าคดีถึงที่สุดแล้ว
และ ที่ดินแปลงนี้ ไม่ว่าจะโอนเป็นของใครก็มีผลผูกพันธ์และคำพิพากษาถึงที่สุดในการเพิกถอนเป็นนส.3 ดังนั้นจึงต้องมาบังคับใช้กฎหมาย มาตรา 25 และต้องดพำเนินการตามระเบียบขั้นตอน
ด้าน พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวทิ้งท้าย ยืนยันย้ำว่า เจ้าหน้าที่มาด้วยอำจที่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งสิ่งที่นายสิงหา จะกล่าวถึงกระบวนการก็ไปสู่กันในชั้นศาลฎีกา เพราะชั้นต้นกับชั้นอุทรณ์ลงแล้ว และเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันว่า นายสิงหารุกที่ป่าแน่นอน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ ก็ได้นำกำลังเข้าพื้นที่ พร้อมกับอุปกรณ์เครื่องมือช่าง และเริ่มดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง 50รายการ ที่เป็นทั้งบ้านหลังใหญ่ และเพิกพังย่อยๆในพื้นที่ 18ไร่ ที่พบการรุกที่ป่าสงวน มูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า2000ล้านบาท
โดยนายสุชาติ ระบุว่า ไม่ได้ดูแค่จังหวัดภูเก็ตแต่จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่ยากที่สุด ต้องเอาของยากก่อนเพื่อที่ไปจังหวัดอื่นๆ ถือเป็น “ภูเก็ตโมเดล” เฉพาะหาดนุ้ย 18 ไร่ มูลค่าไร่ละ 100 ล้าน ราคาประมาณเกือบ 2,000 ล้านบาท เฉพาะมูลค่าที่ดินโดยที่ไม่ต้องลงทุน แต่สามารถครอบครองที่ดินและสามารถทำธุรกิจได้ มีสิ่งปลูกสร้าง 50 รายการ เป็นของนายทุนคนเดียวไม่มีกลุ่มอื่น คิดดูว่า มีอำนาจขนาดนั้นเลยหรือ
หลังจากนี้จะยื่น ปปง. เพื่อดำเนินการตรวจสอบ ยึดอายัดทรัพย์ เพราะนายทุนเก็บรายได้ มากี่ปี ก็ต้องเอากลับมาสู่เงินของหลวง
ส่วนที่นายทุนยื่นศาลปกครองให้ไตร่สวนฉุกเฉิน เพื่อให้มีคำสั่งคุ้มครองนั้น นานสุชาติ ระบุว่า มีสิทธิ์ว่ากันไปตามกฎหมาย แต่เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ต้องดำนเนิสการตามกฎหมายโดยใช้อำนาจมาตรา 25 ถ้าเราไม่ทำวันนี้ก็จะมีผู้ไปฟ้องเจ้าหน้าที่ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเป็นข้าราชการของผม
“ถ้าผมกังวลก็คงไม่มาที่นี่ เขาต่อสู้เขาคิดว่า เขาชนะ คิดว่าไม่มีใครทำอะไรเขาได้ ไม่มีใครกล้าทำอะไร แต่เขาลืมไปว่ารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นคนสตูล คนใต้ ผมก็เป็นรัฐมนตรีมาตั้งหลายรัฐบาลแล้ว ก็ไม่ได้สนใจใครอยู่แล้ว เราตั้งใจอย่างเดียว เรารู้สึกไม่เชื่อจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ได้ รายเดียวยึดครองสิ่งปลูกสร้าง 50 รายการ เก็บเงินไปเท่าไหร่ ค่าลง 300 บาท ยืนยันไม่ได้กลัว เพราะนายกฯ ยืนอยู่ข้างหลัง และท่านกำชับติดตามว่ารื้อถอนได้หรือยัง”
นายสุชาติ ยังกล่าวต่อว่า ครั้งนี้เราเอาเจ้าหน้าที่ประจำการอยู่ที่หาดนุ้ยเป็นชุดเฉพาะกิจ เพื่อควบคุมพื้นที่จริงจัง ไม่ปล่อยให้ ใครกลับมายึดแผ่นดินที่ดินของประชาชนอีก เนื่องจากในปี 2562 เราเคยรื้อไปแล้วรอบนึง แต่เราไม่มีกำลัง มาอยู่ในพื้นที่ ทำให้นายทุนกลับมาอีกรอบ
เมื่อถามว่ากลัวหรือไม่กลัว ขนาดเรือประมง หาปลา เข้าพื้นที่กลุ่มนายทุนยังเอาอาวุธปืนไล่ยิง นายสุชาติ กล่าวว่า นายกฯ ข้อสังการณ์ และยืนอยู่ ข้างหลังพวกผมขนาดนี้ ถ้าผมทำไมได้ ผมเป็นรัฐมนตรีทำไม ผมต้องกลับไปอยู่บ้าน ปลดเกษียณตัวเอง เมื่อไรที่ผมและรมช.มหาดไทย ถ้าไม่สามารถทำตามข้อสั่งการ หรือเอาแผ่นดิน ที่ดินซึ่งเป็นของหลวงของประเทศชาติของประชาชน เอาคืนจากกลุ่มทุนไม่ได้หรือกลุ่มที่บุกรุกไม่ได้ผมจะเอาหน้าไปไว้ไหนกัน
ทั้งนี้ในพื้นที่ภูเก็ตยังมีอีก 300 แห่งอย่างต่ำ มีอีกหลายแปลง ที่จะต้องพิสูจน์ ซึ่งมีการบุกรุกพื้นที่ป่าและสร้างสิ่งปลูก สร้าง เรียกเก็บเงินยังมีอีกเป็น 10แห่ง โดยมีผู้ประกอบการบางแห่งดำเนินการรื้อถอนเองแล้ว เพราะเป็นห่วงทรัพย์สินตัวเอง หลังจากยึดคืนพื้นที่ได้นั้น จะมีป่านันทนาการครอบคลุม 540 ไร่ในพื้นที่ภูเก็ต
สำหรับพื้นที่ภายหลังการรื้อสิ่ปลูกสร้างแล้ว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับคืนสู่ความสมบูรณ์ พร้อมพัฒนาเป็นพื้นที่ป่านันทนาการและแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติร่วมกันอย่างยั่งยืน



