โรมจี้ ปปง.- ป.ป.ช. เร่งอายัด 5 พันล้านคดีทุจริตสอบท้องถิ่น เตือนผู้บริหารอย่าตัดตอนช่วยการเมือง ลั่นนายกฯ ปัดรับผิดชอบไม่ได้ วันที่ 22 ก.ค. 69 นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุมชี้แจงปมทุจริตการสรรหาบุคคลเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งกระทรวงมหาดไทย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กรมการปกครอง คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตำรวจสอบสวนกลาง และมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ซึ่งวันนี้ได้ส่งผู้แทนระดับรองอธิการบดีเข้าร่วมชี้แจงแล้ว หลังสัปดาห์ก่อนไม่เข้าร่วม นายรังสิมันต์ ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมว่า จากการสอบข้อเท็จจริงพบความไม่ชอบมาพากลหลายจุด โดยเฉพาะเส้นทางการเงินกว่า 5,000 ล้านบาท ที่ยังไม่มีการอายัด โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา กมธ. ให้น้ำหนักตรวจสอบเรื่อง TOR พบไม่มีจุดใดรัดกุม ทั้งการปกป้องข้อมูลและข้อเท็จจริงที่อ้างอิงใน flash drive ไม่มีการเข้ารหัสใดๆ สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ง่าย นอกจากนี้ยังพบไทม์ไลน์ที่น่าสงสัย จากเอกสารชี้แจงพบว่าก่อนที่ มศว จะเข้ามาเป็นผู้รับจ้างจัดสอบจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) เดิมคือมหาวิทยาลัยบูรพาที่ได้รับเลือกเป็นคู่สัญญา แต่ยังไม่ได้เซ็นสัญญา ต่อมามีการทำหนังสือถึงกรมบัญชีกลางเพื่อขอยกเลิกสัญญา โดยอ้างว่ามีประเด็นทุจริต ก่อนจะมาสิ้นสุดที่ มศว ซึ่งต้องตั้งคำถามว่าปัญหาทุจริตในครั้งนี้รุนแรงกว่าเดิมหรือไม่ และสะท้อนให้เห็นว่าระบบการจัดสอบท้องถิ่นมีความไม่ชอบมาพากลเรื้อรังมานาน โดยภาครัฐยังไม่มีมาตรการป้องกันที่ชัดเจน นายรังสิมันต์ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านโดย กสถ. ที่ไม่ได้ตรวจสอบความถูกต้องกับกระดาษคำตอบจริง จากการตรวจสอบล่าสุดพบว่าเป็นการประกาศจากรายงานของมหาวิทยาลัยเท่านั้น ไม่ได้ตรวจสอบจาก flash drive หรือกระดาษคำตอบโดยตรง ทั้งที่เป็นขั้นตอนสำคัญ หากผิดพลาดจะส่งผลให้การบรรจุคนกว่า 10,000 คนกลายเป็นการทุจริตทั้งกระบวนการ ซึ่งจะอ้างว่าเป็นความสะเพร่าหรือความบกพร่องโดยสุจริตไม่ได้ เพราะสอดคล้องกับพฤติการณ์ที่มีการว่าจ้างด้วยเงินมหาศาล สำหรับหน่วยงานที่เชิญมาเพิ่มเติม นายรังสิมันต์ระบุว่าได้เชิญสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) มาชี้แจง เพราะเกี่ยวข้องโดยตรงกับการยึดและอายัดทรัพย์สิน ต้องดำเนินการเร่งด่วนก่อนจะมีการยักย้ายถ่ายโอนจนตามคืนไม่ได้ ส่วน ป.ป.ช. ต้องเข้ามาดูว่าเข้าข่ายความผิดอื่นนอกเหนือจากทุจริตหรือไม่ เช่น ความผิดฐานอั้งยี่หรืออาชญากรรมในลักษณะองค์กร รวมถึงได้เชิญนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเรื่องนี้มาร่วมชี้แจงด้วย เมื่อถามถึงกรณีคณะกรรมการข้าราชการเลื่อนการลงมติจากวันที่ 23 ก.ค. ออกไป และมีกระแสว่ามีฝ่ายการเมืองเกี่ยวข้อง นายรังสิมันต์กล่าวว่า มีกระแสข่าวเรื่องความพยายามตัดตอนไม่ให้โยงถึงฝ่ายการเมืองจำนวนมาก แต่ทุกอย่างควรว่ากันตามพยานหลักฐาน ไม่ควรช่วยเหลือใคร พร้อมตำหนิกรณีปลัดกระทรวงมหาดไทยโยนความผิดให้ฝ่ายเลขานุการในการเสนอรายชื่อว่าเป็นการกล่าวอ้างที่ไม่รับผิดชอบ เพราะคณะกรรมการที่รับทั้งค่าตอบแทนและเบี้ยประชุม มีหน้าที่ตรวจสอบโดยตรง หากผู้บริหารระดับสูงไม่ส่งสัญญาณไฟเขียว คงไม่เกิดมหากาพย์ทุจริตเป็นขบวนการใหญ่ขนาดนี้ได้ ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีมีกำหนดพบผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ในวันนี้ นายรังสิมันต์ระบุว่า วันนี้สังคมกำลังตั้งข้อสงสัยกับทุกคน นายกฯ ในฐานะที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาเป็นเวลานาน จะปัดความรับผิดชอบเรื่องนี้ไม่ได้เด็ดขาด ข้อมูลเพิ่มเติม การประชุม กมธ.กฎหมายฯ ครั้งนี้ เป็นการติดตามความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่นที่มีผู้เข้าสอบและได้รับการบรรจุจำนวนมาก โดยพบพิรุธตั้งแต่ขั้นตอน TOR การเก็บรักษาข้อมูลข้อสอบ และการประกาศผลสอบ ซึ่ง กมธ.เตรียมเชิญหน่วยงานด้านการเงินและปราบปรามทุจริตเข้ามาร่วมตรวจสอบเส้นทางการเงิน เพื่อนำไปสู่การอายัดทรัพย์และดำเนินคดีในข้อหาที่หนักขึ้นต่อไป #รังสิมันต์โรม #สอบท้องถิ่น #ทุจริตสอบท้องถิ่น #ปปง #ปปช #มหาดไทย #กมธกฎหมาย #พรรคประชาชน
