ภูเก็ตเอาจริง! “ชุดมณีคราม-นารายณ์” บุกทลายผับดังรัษฎา ลอบขายบารากู่เย้ยกฎหมาย ฟางเส้นสุดท้ายร้องเรียนชาวบ้าน

ภูเก็ตเอาจริง! “ชุดมณีคราม-นารายณ์” บุกทลายผับดังรัษฎา ลอบขายบารากู่เย้ยกฎหมาย ฟางเส้นสุดท้ายร้องเรียนชาวบ้าน

​ภูเก็ต – ฝ่ายปกครองเมืองท่องเที่ยวเดินหน้าล้างซอย! ผู้ว่าฯ ภูเก็ต สั่งการด่วนส่งชุดปฏิบัติการพิเศษ “มณีคราม” ผนึกกำลัง “นารายณ์” บุกตรวจค้นสถานบันเทิงย่านรัษฎา หลังชาวบ้านทนไม่ไหวร้องเรียนลักลอบเปิดให้บริการ “บารากู่” สินค้าต้องห้าม รวบผู้ต้องหาพร้อมของกลางบารากู่ครบชุด ยืนยันเดินหน้ากวาดขันไม่มีละเว้น ไม่รับเคลียร์ทุกกรณี

​เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2569
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ได้มอบหมายให้ ร้อยตำรวจเอกเขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต (รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของปลัดกระทรวงมหาดไทย) นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต (ชป.มณีคราม) บูรณาการร่วมกับชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองภูเก็ต (ชป.นารายณ์) ลงพื้นที่ปราบปรามสิ่งผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด
​การลงพื้นที่ครั้งนี้ สืบเนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนและเบาะแสจากประชาชนในพื้นที่ ต.รัษฎา อ.เมืองภูเก็ต ว่ามีสถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการแห่งหนึ่ง ลักลอบเปิดให้บริการสูบบารากู่และบารากู่ไฟฟ้าแก่ลูกค้าอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าทำการตรวจสอบเพื่อจัดระเบียบสังคม และยกระดับความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทยและรัฐบาล

​ด้าน ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ เปิดเผยว่า การปฏิบัติการในครั้งนี้เป็นไปตามข้อสั่งการเน้นย้ำ 9 ประเด็นหลัก โดยมุ่งเน้นการป้องกันปราบปรามยาเสพติดและสิ่งผิดกฎหมายในเมืองท่องเที่ยว ทั้งนี้ จังหวัดภูเก็ตพร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและต่อเนื่อง หากพบการฝ่าฝืนจะดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด “ไม่มีการละเว้น ไม่รับการเคลียร์ หรืออวดอ้างอิทธิพลใดๆ ทั้งสิ้น” เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้การท่องเที่ยวภูเก็ตมีความปลอดภัยอย่างแท้จริง

​📌 สรุปผลการจับกุมและของกลาง
​จากการเข้าตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย พร้อมรวบรวมพยานหลักฐานยึดของกลางรวม 18
รายการ ได้แก่:
​บารากู่สภาพพร้อมใช้งาน: 13 ชุด
​ตัวยาบารากู่: น้ำหนักรวม 215 กรัม
​อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง: หัวบารากู่ 32 ชิ้น, สายสูบ 7 เส้น, ชุดจัดการความร้อน 2 อัน, ถ้วยใส่ยา 1 อัน และอุปกรณ์การสูบ 1 อัน

​หลักฐานการเงิน: ป้ายคิวอาร์โค้ดสำหรับรับชำระเงิน 1 แผ่น

​⚖️ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้ง 2 ข้อหาหนัก:
​ความผิดตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560: ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ซื้อ หรือรับไว้ ซึ่งของที่ยังมิได้ผ่านพิธีการศุลกากร (ประกอบประกาศกระทรวงพาณิชย์เรื่องสินค้าต้องห้ามนำเข้า)
​ความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522: ขายหรือเสนอขายสินค้าบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า (ฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยฯ ที่ 24/2567)

​เจ้าหน้าที่ได้ทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมด ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองภูเก็ต เเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

​ประเทศไทยมีนโยบายควบคุม บารากู่ บารากู่ไฟฟ้า และบุหรี่ไฟฟ้า อย่างเข้มงวด โดยจัดเป็น “สินค้าต้องห้ามนำเข้ามาในราชอาณาจักร” ตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ รวมถึงมีคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (คคบ.) ห้ามขาย หรือให้บริการ บารากู่ ตัวยาบารากู่ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องอย่างเด็ดขาด เนื่องจากเป็นอันตรายต่อสุขภาพและเป็นช่องทางนำไปสู่การมั่วสุมสิ่งผิดกฎหมายชนิดอื่น

​#จัดระเบียบสังคม #ปกครองภูเก็ต #ชุดมณีคราม #ชุดนารายณ์ #กวาดล้างบารากู่ #ปราบปรามสิ่งผิดกฎหมาย #ข่าวภูเก็ต #โจโฉปากกาเหล็ก




You May Also Like