ร้องจเรตำรวจสอบ ผกก.-พงส. สภ.ดังชัยภูมิ อ้างทำคดีสองมาตรฐาน-เข้าข่ายปฏิบัติหน้าที่มิชอบ
เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2569 ที่สำนักงานจเรตำรวจ ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. จ่าคิงส์ แตงทิม สะพานใหม่ พร้อมด้วย ทนายเจส ณัฐปกรณ์ สุดชา พา นายพรหมมาศหฤษฎ์ กฤตทยาวีร์ ประธานผู้จัดสร้างเทวาลัยพระศรีมหากาลี (เทวาลัยทุ่งดอกกระเจียว) อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนและหลักฐานคลิปเสียงถึงจเรตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอความเป็นธรรมและกล่าวโทษ ผกก.สภ.ท้องที่เกิดเหตุ และพนักงานสอบสวน ในความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตาม ม.157
นายพรหมมาศหฤษฎ์ เปิดเผยว่า กระบวนการสอบสวนของ สภ.ดังกล่าว มีพฤติการณ์รวบรัดและตัดรอนสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา โดยก่อนเริ่มคดี คู่กรณีได้ส่งข้อความทางไลน์มาข่มขู่ว่ามีการประสานงานกับ ผกก. ไว้แล้ว ทั้งยังพบพฤติการณ์ทนายความในพื้นที่เรียกรับเงิน อ้างว่าจะนำไปให้เจ้าหน้าที่ซึ่งสนิทกับตนเพื่อ “เขียนสำนวนให้อ่อนลง” และเรียกเก็บเงินก่อนเข้าให้ปากคำอีกด้วย
ในทางกลับกัน คดีที่ตนเป็นผู้เสียหายจากการถูกรื้อถอนทรัพย์สินของเทวาลัยฯ ได้แก่ เสาไฟฟ้าแรงสูง หม้อแปลง และมิเตอร์ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 3.8 แสนบาท ตั้งแต่วันที่ 22 เม.ย. ที่ผ่านมา กลับไม่มีความคืบหน้า ไม่มีการติดตามหม้อแปลงที่สูญหาย และ ผกก. ยังพูดจาตำหนิตนที่นำเรื่องไปร้องเรียนผู้บังคับบัญชา พร้อมพูดชี้นำในลักษณะว่าผู้ถูกกล่าวหาไม่น่ามีความผิด
ทั้งนี้ ตนได้ยื่นเรื่องกล่าวโทษต่อ บก.ปปป. ไว้แล้วเมื่อวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมาไว้ส่วนหนึ่งแล้ว และการเดินทางมายื่นเรื่องต่อจเรตำรวจแห่งชาติในครั้งนี้ มีข้อเรียกร้องสำคัญ คือ
-ขอให้ดำเนินการสอบสวน ผกก.สภ.ท้องที่ และพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้อง
-ขอให้ย้ายการทำสำนวนทั้งคดีที่ถูกกล่าวหาและคดีที่เป็นผู้เสียหายไปให้หน่วยงานนอกพื้นที่ดำเนินการ เพื่อความเป็นธรรมและเป็นกลาง
- ขอให้มีคำสั่งให้ ผกก.สภ.ท้องที่เกิดเหตุ ย้ายออกนอกพื้นที่จังหวัดชัยภูมิ จนกว่าการสอบสวนจะเสร็จสิ้น
-ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ข้อความทางไลน์ของกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้อง กับ ตำรวจที่ตนกล่าวหา ซึ่งตนได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดมอบให้วันนี้ด้วย
-ขอให้ติดตามทรัพย์สินของเทวาลัยฯที่สูญหาย
-ขอให้การคุ้มครองผู้ร้องจากการถูกกลั่นแกล้ง และแจ้งผลการดำเนินงานให้ทราบ
ด้าน ทนายเจส ณัฐปกรณ์ ระบุว่า คดีอาญาที่ผู้ร้องถูกแจ้งความเมื่อวันที่ 7 ม.ค. 2569 มีความผิดปกติอย่างมาก โดยบันทึกการรับแจ้งความระบุเพียงข้อหาฉ้อโกง แต่กลับไม่มีการลงรายละเอียดพฤติการณ์ คดี ทุนทรัพย์ เวลา หรือสถานที่ ตามขั้นตอนปฏิบัติปกติของพนักงานสอบสวน
ขณะที่ นายพรหมมาศหฤษฎ์ ยืนยันความบริสุทธิ์ว่า เรื่องทั้งหมดมีจุดเริ่มต้นเกิดจากผู้มีจิตศรัทธามาร่วมทำบุญสร้างเทวสถานโดยมีหนังสือยืนยันเจตนาบริสุทธิ์ แต่เมื่อเวลาผ่านไป 1 ปี กลับไปแจ้งความดำเนินคดี และกระจายไปแจ้งความในหลายท้องที่ ซึ่งเชื่อว่าทำเป็นขบวนการเพื่อสร้างความลำบากในการเดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหา ตนยืนยันว่ามีขบวนการสั่งการในพฤติการณ์ทั้งหมดของคดีต่างๆขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆซึ่งปรากฏมากขึ้น ทางทนายเจส มองแล้วน่าจะเข้าข่ายช่องโจรซึ่งจะเตรียมดำเนินคดีกับคู่ความต่อไป
ส่วนเรื่องพื้นที่จัดสร้าง ได้ขออนุญาตใช้ที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อการส่งเสริมการท่องเที่ยวกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างถูกต้องตั้งแต่ปี 2560 และเตรียมจัดตั้งเป็นมูลนิธิเพื่อสาธารณประโยชน์ต่อไป



