สภา กทม.เรียก“พี่ศรี”ให้ถ้อยคำสอบ ส.ก.กรณีเสียบบัตรแทนกัน 25 ส.ค.นี้
วันที่ 24 ส.ค.69 นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เปิดเผยว่า สภากรุงเทพมหานคร โดยประธานคณะกรรมการรสอบข้อเท็จจริง ได้มีหนังสือเชิญมายังองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เพื่อไปให้ถ้อยคำต่อคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ในวันอังคารรที่ 25 สิงหาคม 2569 นี้ เวลา 13.00 น. ณ อาคารรไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการ กทม.2 ดินแดง
ทั้งนี้ สืบเนื่องจากองค์กรรักชาติ รักแผ่นดินได้เดินทางไปยื่นคำร้องถึงประธานสภา กทม., คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงสภา กทม. และคณะกรรมการจรรยาบรรณสภากทม. เมื่อวันที่ 3 ส.ค.69 ที่ผ่านมา เพื่อขอให้สอบเอาผิดสมาชิกสภา กทม.ที่กระทำการเสียบบัตรแทนเพื่อนเมื่อ 31 ก.ค.69 ในการลงคะแนนเสียงแทน ส.ก.คนอื่นในการประชุมสภา กทม. สมัยประชุมสามัญ สมัยที่สาม (ครั้งที่ 2) ประจำปี 2569 ในระเบียบวาระที่ 7.11 ญัตติร่างข้อบังคับการกระชุมสภากรุงเทพมหานคร (ฉบับที่…) พ.ศ…. โดยถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก ถือเป็นการเสื่อมเสียแก่เกียรติศักดิ์ของตําแหน่ง หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณของสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร 2559 หรือไม่
ต่อมาสภากรุงเทพมหานคร ได้ลงมติตั้ง ส.ก.3 คน ได้แก่นายสุชัย พงษ์เพียรชอบ ส.ก.เขตคลองเตย นายอมรินทร์ สวัสยานุภาพ ส.ก.เขตดินแดง และดร.สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.เขตลาดกระบัง ให้เป็นคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงขึ้น เพื่อดำเนินการสอบตามข้อบังคับว่าด้วยจรรยาบรรณฯนายภัทรศักดิ์ ใหม่พระเนตรร ส.ก.เขตยานนาวา ผู้ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับดังกล่าวหรือไม่ และเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องและผู้ร้องได้ชี้แจงข้อเท็จจริง และแสดงพยานหลักฐานอย่างเพียงพอและเป็นธรรมต่อหน้าคณะกรรรมการสอบข้อเท็จจริง
ทั้งนี้ คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงต้องพิจารณาเรื่องที่ได้รับร้องเรียนให้แล้วเสร็จภายใน 60 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องจากประธานสภา และหากมีความจำเป็นสามารถขอขยายเวลาต่อประธานสภาได้ไม่เกิน 30 วัน เมื่อสอบเสร็จต้องรายงานผลสอบต่อประธานสภาฯภายใน 15 วัน ตามระเบียบว่าด้วยการรับเรื่องร้องเรียน การนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณา วิธีพิจารณาการสอบข้อเท็จจริงของคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงและวิธีพิจารณาสอบสวนของคณะกรรมการจรรยาบรรณสภากรุงเทพมหานคร 2560
อย่างไรก็ตาม การเสียบบัตรลงคะแนนแทนกันนั้นถือได้ว่าเป็นการทำลายวิถีแห่งระบอบประชาธิปไตยอย่างร้ายแรง ซึ่งในอดีตเคยมี ส.ส.หลายคนกระทำการดังกล่าว และองค์กรรักชาติ รักแผ่นดินได้นำความไปร้อง ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดและส่งศาลฎีกาพิพากษาลงโทษมาหลายต่อหลายคนแล้ว จนศาลฎีกามีคำพิพากษาตัดสิทธิทางการเมืองไปแล้วจำนวนมาก ส่วนในระดับการเมืองท้องถิ่นในกรุงเทพมหานคร หากกรรมการสอบแล้วผิดจริง การลงโทษต้องเป็นไปตาม พรบ.ระเบียบบริหารกรุงเทพมหานคร 2528 นั่นคือ สภา กทม.สามารถพิจารณาถอดถอนโดยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่
