ชุลมุนหลังม่านสภาฯ! ปม “ประธานโสภณ” ยื้อส่ง ป.ป.ช.ขึ้นเขียงศาลฎีกา คดีมติยกคำร้อง “ศักดิ์สยาม” ปมนอมินีถือหุ้นบุรีเจริญฯ สวนทางคำวินิจฉัยศาล รธน.

ชุลมุนหลังม่านสภาฯ! ปม “ประธานโสภณ” ยื้อส่ง ป.ป.ช.ขึ้นเขียงศาลฎีกา คดีมติยกคำร้อง “ศักดิ์สยาม” ปมนอมินีถือหุ้นบุรีเจริญฯ สวนทางคำวินิจฉัยศาล รธน.

ผ่านมาราว 2 เดือนแล้ว หลังพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภา ขอให้ส่งศาลฎีกาพิจารณาตั้งองค์คณะไต่สวนอิสระ กรณีกล่าวหาคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเอกฉันท์ยกคำร้องกล่าวหา “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” อดีตรมว.คมนาคม และอดีตเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ปมให้นอมินีถือหุ้น หจก.บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น มูลค่ากว่า 119.5 ล้านบาท ว่ามติดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายหรือไม่

ล่าสุด “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานรัฐสภาสายตรงบุรีรัมย์ ให้สัมภาษณ์ว่าได้แต่งตั้ง “คณะกรรมการกลั่นกรองฯ” ขึ้นมาพิจารณาว่าจะสามารถส่งเรื่องดังกล่าวไปยังศาลฎีกาเพื่อตั้งองค์คณะไต่สวนได้หรือไม่

ท่าทีดังกล่าวทำให้ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากล 4 ข้อ เมื่อวันที่ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา

  1. ใช้เวลานานเกินเหตุ – กรณีล่าสุดสมัย “มงคล สุระสัจจะ” ปฏิบัติหน้าที่ประธานรัฐสภา ใช้เวลาไม่ถึง 41 วันส่งเรื่องถึงศาล แต่กรณีนี้ผ่านมาแล้ว 74 วัน ประธานโสภณกลับเพิ่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรอง 2. อ้างอิสระแต่เลือกเองทั้งหมด – อ้างว่าต้องการให้ทำงานอย่างอิสระ แต่กลับเป็นผู้เลือกกรรมการเองทั้งหมดแบบผูกขาด และปกปิดรายชื่อ ทำให้กลายเป็นคณะที่ “อิสระจากการตรวจสอบของประชาชน” 3. ไม่มีหลักประกันให้ผู้ร้องชี้แจง – อ้างความรอบคอบ แต่ไม่มีการกำหนดว่าจะเชิญตัวแทนผู้ยื่นคำร้องเข้าไปให้ข้อมูลต่อคณะกรรมการ 4. ไร้กรอบเวลาชัดเจน – ปฏิเสธว่าไม่ได้ยื้อเวลา แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการกำหนดว่าคณะกรรมการต้องเสนอความเห็นภายในกี่วัน
    ฝ่ายค้านจึงกังวลว่า นอกเหนือจากคดีฮั้ว สว.ที่อาจถูกตัดตอนในชั้นองค์กรอิสระแล้ว คดี ป.ป.ช.ยกคำร้องศักดิ์สยามที่ถูกมองว่าค้านสายตาและสวนทางคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ จะถูกตัดตอนไม่ให้ไปถึงศาลด้วยหรือไม่

“หากเรากังวลว่า กกต.จะตัดตอนคดีโกง สว. ให้ไปไม่ถึงศาลฉันใด เราก็ควรกังวลว่าประธานรัฐสภาจะตัดตอนเรื่อง ป.ป.ช. และคุณศักดิ์สยาม ให้ไปไม่ถึงศาลฉันนั้น” นายพริษฐ์ระบุ

ย้อนไปเมื่อวันที่ 17 ม.ค. 2567 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 1 เสียง ให้ความเป็นรัฐมนตรีของศักดิ์สยามสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค. 2566 กรณีให้นอมินีถือหุ้นแทนใน หจก.บุรีเจริญฯ แต่คำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นการพ้นจากตำแหน่งเฉพาะตัว ไม่ได้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง ทำให้ยังมีโอกาสคัมแบ็กทางการเมืองได้

ขณะที่ ป.ป.ช.ใช้เวลาไต่สวนราว 2 ปี ก่อนมีมติอย่างเงียบๆ ยกคำร้อง โดยชี้แจงว่าได้พิจารณาคนละประเด็นกับที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย และศักดิ์สยามมิได้มีเจตนายื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ อีกทั้งศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยภายหลังการยื่นบัญชีทรัพย์สินแล้ว มติดังกล่าวจึงไม่ขัดแย้งกับศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคำชี้แจงนี้ถูกมองว่าค้านสายตาสาธารณชนและแวดวงตุลาการเอง

มีรายงานว่าเบื้องหลังการยื้อเรื่อง อาจเกี่ยวข้องกับอดีตผู้พิพากษาระดับสูงรายหนึ่งที่ปัจจุบันเป็นกรรมการ ป.ป.ช. และเคยมีปมขัดแย้งเรื่อง “ปรับปรุงศาล” กับผู้พิพากษาหลายคนจนเกิดรอยร้าวลึก หากเรื่องนี้หลุดไปถึงที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา อาจมีการ “เอาคืน” จนกระทบเก้าอี้กรรมการ ป.ป.ช.ได้

นอกจากนี้ การที่ ป.ป.ช.ใช้เทคนิคทางกฎหมายหักลำคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ระบุเส้นทางการเงินไว้ค่อนข้างชัด จนทำให้ศักดิ์สยามพ้นบ่วง ก็สร้างความไม่พอใจให้แวดวงตราชั่งบางส่วน และอาจส่งผลลบต่อองค์กรที่ถูกมองว่ามี “บารมีสีน้ำเงิน” แผ่ปกคลุมอยู่

ต้องจับตาว่าประธานสภาฯ จะยื้อเรื่องนี้ได้อีกนานแค่ไหน และฝ่ายค้านจะมีพลังลากเรื่องไปถึงปลายทางได้หรือไม่ เพราะเดิมพันไม่ได้อยู่แค่ชะตากรรมของศักดิ์สยาม แต่คือแรงปะทะระหว่าง การเมือง-องค์กรอิสระ-ศาล

ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 236 หาก สส.หรือ สว.จำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 เห็นว่ากรรมการ ป.ป.ช.กระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง สามารถยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภาเพื่อให้ส่งเรื่องให้ศาลฎีกาตั้งองค์คณะไต่สวนอิสระได้ โดยองค์คณะดังกล่าวจะประกอบด้วยผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกา หากไต่สวนแล้วพบว่ามีความผิดจริง จะนำไปสู่การพ้นจากตำแหน่ง

#ศักดิ์สยามชิดชอบ #ภูมิใจไทย #ปปช #ศาลฎีกา #ศาลรัฐธรรมนูญ #บุรีเจริญ #โสภณซารัมย์ #พริษฐ์วัชรสินธุ #ฝ่ายค้าน #ประธานรัฐสภา

เรียบเรียงโดย นิรันตราย




You May Also Like