ผู้เสียหายกว่า 40 ราย บุกแจ้งความ บก.ปอศ. เหยื่อแห่ร้องถูกบริษัทดังหลอกลงทุนระบบ ท๊อปอัพฯ สูญเงินกว่า 100 ล้านบาท
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 1 กันยายน 2569 ที่ชั้น 2 ศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) กลุ่มผู้เสียหายกว่า 40 คน เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนและแจ้งความดำเนินคดีกับบริษัทขายตรงชื่อดัง หลังถูกหลอกลวงให้ร่วมลงทุนซื้อแพ็กเกจลิขสิทธิ์ระบบแอปพลิเคชั่น จนได้รับความเสียหายเป็นเงินหลักล้านบาทต่อราย รวมมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นนับร้อยล้านบาท
ผู้เสียหายได้นำหลักฐานแผ่นพับประชาสัมพันธ์ (โบชัวร์) แผนธุรกิจของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง(อักษรย่อ ที 2 อาร์) พร้อมด้วยหลักฐานการโอนเงิน และข้อความการชักชวนทางสื่อสังคมออนไลน์มามอบให้แก่พนักงานสอบสวนเพื่อประกอบการดำเนินคดี
นางสมหญิง(นามสมมุติ) หนึ่งในตัวแทนผู้เสียหายเปิดเผยว่า บริษัทดังกล่าวได้จัดกิจกรรมสัมมนาและประชาสัมพันธ์ที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ชวนเชื่อให้ประชาชนนำเงินมาร่วมลงทุนซื้อลิขสิทธิ์ระบบบริการเติมเงินและแพ็กเกจโทรศัพท์ (iBox) โดยมีการแบ่งระดับการลงทุนตั้งแต่ขนาด S, M, L ไปจนถึงระดับ Platinum ซึ่งใช้เงินลงทุนสูงสุดถึง 75,000 บาทต่อแพ็กเกจ พร้อมอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนรายวันสูงสุดถึงวันละ 75,000 บาท หรือคิดเป็นเงินกว่า 2.25 ล้านบาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังมีการสร้างแรงจูงใจด้วยแผนการจ่ายโบนัสแบบจับคู่คะแนน (RV) การแนะนำสมาชิกใหม่แบบหลายชั้น และการอ้างตำแหน่งเกียรติยศ (Hall of Fame) ที่สร้างรายได้หลักล้านบาทเพื่อดึงดูดใจเหยื่อ
ตนเห็นประกาศเชิญชวนผ่านทางโซเชียล เห็นว่าน่าสนใจ จึงสมัครกับสามี ตั้งแต่ปี ก.ย. 2566 ลงทุน 2 คนสามีภรรยา รวมเป็นเงินกว่า 2 ล้านบาท ไม่เป็นไปตามที่เขาโษษณารับประกันเลย มีแค่ญาติพี่น้องที่ไปชักชวนมาร่วมลงทุนด้วย เมื่อไปช่วยเพื่อนๆ ก็บอกให้เราออกทุนให้ก่อน สรุปไม่มีใครสนใจ จนปี 2568 ลงทุนไปแล้ว กลับไม่ได้รับผลตอบแทนตามที่กล่าวอ้าง และเมื่อพยายามขอคืนเงินลงทุนกลับถูกบ่ายเบี่ยงและปฏิเสธความรับผิดชอบ ทำให้เชื่อว่าถูกหลอกลวงในลักษณะแชร์ลูกโซ่ จึงรวมตัวเดินทางมาร้องเรียนที่ศูนย์รับแจ้งความ บช.ก. ในวันนี้
เบื้องต้น พนักงานสอบสวน บก.ปอศ. ได้สอบปากคำผู้เสียหาย และรับเรื่องร้องเรียนพร้อมรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดไว้ดำเนินการ ตรวจสอบเอกสารใบอนุญาต โดยจะประสานไปทาง บก.สอท.5 บช.สอท.ให้รับไปทำคดี และเตรียมเรียกตัวผู้มีส่วนเกี่ยวข้องของบริษัทดังกล่าวมาสอบสวนเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป



