ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เผยนาทีบุกช่วยนักศึกษาสาว โดนมิจฉาชีพใช้จิตวิทยาบังคับ-ข่มขู่ หลอกขอเงินพ่อแม่ สูญ 8 แสนบาท
เตือนให้ระวัง “เหยื่อเบอร์หนึ่ง” ยังคงเป็น Gen Z
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ภายใต้การอำนวยการ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์
รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เปิดสถิติคดีในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.-5 ก.ย.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 5,863 คดี มูลค่าความเสียหาย 241 ล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับช่วงวันที่ 23-29 ส.ค.69 คดีที่รับแจ้งความมีจำนวนเพิ่มขึ้น 84 คดี แต่มูลค่าความเสียหายลดลงกว่า 19 ล้านบาท
ข้อมูลจากทีมวิเคราะห์พบว่า “การหลอกลวงด้านสินค้าและบริการ” ยังคงเป็นคดีที่มีปริมาณสูงที่สุดอยู่ที่ 4,349 คดี คิดเป็น 74.2% ของคดีทั้งหมด แต่ประเภทคดีที่สร้างมูลค่าความเสียหายสูงที่สุด กลับเป็นการหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น ที่มีความเสียหายกว่า 69 ล้านบาท คิดเป็น 28.7% ของคดีทั้งหมด
ขณะที่จังหวัดที่ได้รับแจ้งความมากที่สุด ในสัปดาห์นี้พบว่า
1.กรุงเทพมหานคร มีการแจ้งความไว้ 108 คดี มูลค่าความเสียหาย 75.9 ล้านบาท
2.นนทบุรี มีการแจ้งความไว้ 27 คดี มูลค่าความเสียหาย 2.5 ล้านบาท
3.เชียงใหม่ มีการแจ้งความไว้ 25 คดี มูลค่าความเสียหาย 1.8 แสนบาท
แต่หากวิเคราะห์ตามเพศและอายุของผู้เสียหายที่มักจะถูกหลอกในรอบสัปดาห์นี้ ก็ยังคงพบว่าผู้หญิงตกเป็นเหยื่อมากกว่าผู้ชาย และยังคงเป็นกลุ่มอายุ 21-30 ปี ที่ยังคงเป็นกลุ่มเสี่ยงสูงสุดที่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่องมาหลายเดือนติดต่อกัน และเมื่อจำแนกตามประเภทคดีก็ยังคงเป็นกลุ่มอายุ 21-30 ปี ที่ยังครองสถิติจำนวนผู้เสียหายสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ อันดับ 1 คดีหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ อันดับ 2 คดีหลอกลวงโดยการแอบอ้างบุคคลอื่น และอันดับที่ 3 คดีหลอกลวงด้านการจ้างงาน
มีรายงานผลการเฝ้าระวังพื้นที่ชายแดนในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา ดังนี้
- ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย บก.ปคม. รับตัวคนไทยที่ถูกส่งตัวกลับจากสปป.ลาว รวม 89 คน และไม่มีสัญชาติ 3 คน ทุกคนให้การสอดคล้องกันว่าไปทำงานเป็นสแกมเมอร์ ที่ เรือนพัก คำพู บ้านสามเหลี่ยมคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว โดยแบ่งการทำงานออกเป็น 2 สำนักงาน สำนักงานแรก ทำหน้าที่คอลเซ็นเตอร์แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เครือข่ายโทรศัพท์ (AIS) และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นางรอง ซึ่งมีกลุ่มเป้าหมายหลอกลวงคือนักศึกษา ส่วนสำนักงานที่สองทำหน้าที่สแกมเมอร์ ประเภท “รักหลอกลงทุน” (Hybrid Scam) ก่อนนำตัวดำเนินคดีฉ้อโกงทรัพย์ทางโทรศัพท์, คดีลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย และความผิดตาม พ.ร.บ.จัดหางานฯ
- ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ทล. จับกุมคนไทย 1 ราย และ ชาวเวียดนาม 1 ราย บริเวณ ถนน 359 กม.39-40 ต.เขาไม้แก้ว อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี หลังผู้ต้องหาชาวไทย รับว่าจ้างจากนายหน้า 2 คน ทราบชื่อ “นายนะโม” และ “นายแก้ว” ให้นำพาชาวเวียดนามหลบหนีเข้าเมือง โดยประสานว่าจ้างงานผ่านเฟซบุ๊ก โดยผู้ต้องหาชาวไทยจะต้องขับรถพาชาวเวียดนามที่ลักลอบเข้าไทยจากปากทางหน้าวัดแห่งหนึ่ง อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ไปส่งที่พัก ย่านลาดพร้าว 87 กรุงเทพฯ กระทั่งมาถูกสกัดจับไว้ได้ เบื้องต้น แจ้งข้อหาซ่อนเร้น และช่วยเหลือคนต่างด้าวให้พ้นการจับกุมแก่ผู้ต้องหาชาวไทย และแจ้งข้อหาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตแก่ผู้ต้องหาชาวเวียดนาม
- ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.2 บก.ทล. และ กก.5 บก.ปคม. ร่วมกันจับกุมคนไทย 2 ราย และ ชาวจีน 5 ราย บริเวณทางหลวงหมายเลข 41 ประมาณ กม.20 (ขาออก) ต.วิสัยเหนือ อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร หลังผู้ต้องหาชาวไทย รับว่าจ้างผ่านแอปพลิเคชัน “ไลน์” ให้นำพาชาวจีนหลบหนีเข้าเมือง เป็นเงิน 20,000 บาท โดยผู้ต้องหาชาวไทย จะต้องขับรถพาชาวจีนที่ลักลอบเข้าไทยผ่านด่านธรรมชาติ ประเทศกัมพูชา ผ่านทางมายัง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี จำนวน 3 ราย และที่สถานีบริการน้ำมันแห่งหนึ่งย่านพระราม 2 (ขาออก) จำนวน 2 ราย ไปส่งทั้งหมดที่ อ.จะนะ จ.สงขลา ในจำนวนผู้ต้องหาชาวจีน มี 2 ราย ถือหนังสือเดินทางปลอมที่จัดหามาจากฝั่งกัมพูชา เบื้องต้น แจ้งข้อหาร่วมกันซ่อนเร้น และช่วยเหลือคนต่างด้าวให้พ้นการจับกุมแก่ผู้ต้องหาชาวไทย และแจ้งข้อหาคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาตแก่ผู้ต้องหาชาวจีน
ทั้งนี้ ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC ที่ประสานงานร่วมกันกับกลุ่มธนาคารต่างๆ จนมีผลการปฏิบัตินำไปสู่การประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าทำการตรวจสอบพร้อมช่วยเหลือเหยื่ออย่างทันท่วงที รวมทั้งระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ทั้งหมด จำนวน 18ราย คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 1.2 ล้านบาท
โดยมีเคสเข้าช่วยเหลือเหยื่อที่น่าสนใจ โดยมีมูลค่าสูง ดังนี้
เจ้าหน้าที่ ศูนย์ ACSC รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธร ภาค9 หลังได้รับแจ้งจากผู้ปกครองว่าบุตรหลานซึ่งเป็นนักศึกษาหญิง อายุ 19 ปี จากมหาวิทยาลัยชื่อดัง ซึ่งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพ กำลังถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าช่วยเหลือนักศึกษาคนดังกล่าว ภายในห้องพักย่านพญาไทย โดยทันที่ที่เจ้าหน้าที่แสดงตัว ผู้เสียหายร้องไห้ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่ต้องพยายามปลอบประโลม จนสงบ ก่อนจะทราบเรื่องราวว่าผู้เสียหายถูกมิจฉาชีพหลอกว่าได้รับทุนไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่ว่าตรวจสอบพบว่ามีคดีติดตัว ก่อนจะมีการโอนสายไปยังตำรวจปลอม บังคับข่มขู่ให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับ และให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ ผู้เสียหายจึงโทรศัพท์หาผู้ปกครองกุเรื่องให้ช่วยโอนเงินมาให้ ก่อนจะถอนเงินไปส่งมอบให้กับมิจฉาชีพ เบื้องต้นสูญเงินไปกว่า 800,000 บาท และกำลังจะโทรไปขอเงินพ่อแม่เพิ่มเติมอีก 1 ล้านบาทตามคำสั่งตำรวจปลอม แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการช่วยเหลือเสียก่อน และทราบความจริงว่านั่นเป็นกลโกงมิจฉาชีพ เบื้องต้นได้ประสานให้ญาติเข้ารับตัวน้องผู้เสียหาย พร้อมกับให้รวบรวมพยานหลักฐาน และแจ้งความดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอเตือนภัยน้องๆนักศึกษา อย่าหลงเชื่อพฤติกรรมของมิจฉาชีพในลักษณะอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่รัฐต่างๆ โดยเฉพาะตำรวจ , ปปง. และ DSI โดยขอยืนยันว่าเจ้าหน้าที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจจริงจะไม่มีการโทรศัพท์มาหา, ไม่ส่งเอกสารราชการ รวมถึงหมายจับ และหมายเรียกต่างๆ ทางไลน์เด็ดขาด, ไม่มีการวิดีโอคอลเพื่อสอบสวนหรือขอข้อมูลหรือควบคุมตัว และที่สำคัญจะไม่มีการบังคับให้โอนเงิน หรือนำทรัพย์สินมีค่าไปให้ รวมไปถึงการให้ไปรับทรัพย์สินตามสถานที่ต่างๆ เพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์เด็ดขาด ดังนั้น หากพบพฤติกรรมในลักษณะข้างต้น ถือว่าเป็นมิจฉาชีพ 100 เปอร์เซ็นต์
นอกจากนี้ยังรวมไปถึง บุคคลที่อ้างตัวเป็นเครือข่ายโทรศัพท์หรือสถาบันการเงิน และธนาคารต่างๆ ที่ระบุว่าเบอร์โทรศัพท์ หรือบัญชีของคุณเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด หากได้รับสายในลักษณะนี้ และไม่แน่ใจ ขอให้ทำการตรวจสอบกลับไปยังต้นทางที่ถูกกล่าวอ้างอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคุณ
ทั้งนี้ฝากถึงผู้ปกครองให้หมั่นสังเกตบุตรหลานของท่าน ว่ามีพฤติกรรมแปลกไป พยายามเก็บตัว หรือปลีกตัวจากที่บ้านหรือไม่ และหากพบว่าบุตรหลานมีการขอให้ท่านโอนเงินเพื่อเป็นค่าเทอม ค่าประกันการขอทุนการศึกษาเพื่อเรียนต่อต่างประเทศ ขอให้ท่านตรวจสอบกลับไปยังมหาวิทยาลัยหรือเจ้าของทุนฯที่ถูกกล่าวอ้างอีกครั้ง เพื่อความปลอดภัย และหากยังไม่มั่นใจว่ามีขบวนการสแกมเมอร์เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่หรือไม่ ขอให้รีบปรึกษาหรือแจ้งเจ้าหน้าที่สถานีตำรวจใกล้บ้าน หรือโทร สายด่วน ศูนย์ AOC 1441 ทันที
“การเผยแพร่ข่าวเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะของประชาชน
ให้รู้เท่าทันภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อสร้างการตระหนักรู้เป็นวงกว้าง
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาหรือจำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ ตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุด
ดังนั้น สำหรับการเผยแพร่ข่าวของสื่อมวลชน ขอให้พิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของผู้ต้องหาข้างต้น”
