กสม. เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรี – ครม. แก้ไขร่างกฎหมายการพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานทางราง ซึ่งรวมถึงสถานีรถไฟ 177 แห่งทั่วประเทศ โดยเปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วม และคำนึงถึงสิทธิในที่อยู่อาศัยของผู้ยากไร้

กสม. เตรียมเสนอนายกรัฐมนตรี – ครม. แก้ไขร่างกฎหมายการพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานทางราง ซึ่งรวมถึงสถานีรถไฟ 177 แห่งทั่วประเทศ โดยเปิดให้ชุมชนมีส่วนร่วม และคำนึงถึงสิทธิในที่อยู่อาศัยของผู้ยากไร้

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเปิดเผยว่า ตามที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากภาคประชาชนหลายรายในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเมื่อเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2569 ต่อกระบวนการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานทางราง พ.ศ. …. หรือ กฎหมาย TOD (Transit Oriented Development Act) ของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ผู้ถูกร้อง ซึ่งมีแนวคิดการพัฒนาเมืองกับระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งพื้นที่รอบสถานีรถไฟทั่วประเทศไทย และจะมีการนำเสนอร่างกฎหมายดังกล่าวต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อขอความเห็นชอบก่อนเสนอสภานิติบัญญัติ โดยจังหวัดขอนแก่นเป็นหนึ่งในเมืองนำร่องตามแนวคิดดังกล่าวนั้น ทั้งนี้ ผู้ร้องมีข้อห่วงกังวลในประเด็นการมีส่วนร่วมของประชาชนผู้มีส่วนได้เสียและเนื้อหาของร่างกฎหมาย TOD ที่หากมีการประกาศใช้อาจส่งผลกระทบต่อสิทธิชุมชนและสิทธิในที่อยู่อาศัย จึงขอให้ตรวจสอบ

กสม. ได้มอบหมายให้สำนักงาน กสม. พื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนไปยัง สนข. โดยมีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้มีส่วนได้เสีย ผู้เชี่ยวชาญ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมลงพื้นที่บริเวณชุมชนที่อาจได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานทางรางในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ผลการประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนพบข้อห่วงกังวลสำคัญเกี่ยวกับเนื้อหาของร่างกฎหมาย TOD ซึ่งสุ่มเสี่ยงที่จะก่อผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานทางราง โดยเฉพาะชุมชนที่เช่าหรือมีสิทธิเช่าที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อปลูกสร้างบ้านมั่นคงและกลุ่มผู้มีรายได้น้อย หลายประเด็น เช่น วัตถุประสงค์ของโครงการพัฒนาพื้นที่ขาดประเด็นการส่งเสริมและพัฒนาที่อยู่อาศัย การไม่ระบุให้มีการประเมินผลกระทบด้านสังคมและสิทธิมนุษยชน สัดส่วนที่ไม่เหมาะสมของคณะกรรมการนโยบายส่งเสริมการพัฒนาพื้นที่ที่มาจากภาคประชาสังคมและผู้ทรงคุณวุฒิ การไม่ระบุให้มีการขอความยินยอมจากบุคคลหรือชุมชนในการพัฒนาโครงการ ตลอดจนกระบวนการรับฟังความคิดเห็นที่ควรระบุให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่การวางแผนโครงการและออกแบบแผนผังการพัฒนา เป็นต้น

กสม. เห็นว่า แม้ สนข. จะได้ดำเนินกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนตามที่ได้ประสานการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น และรับว่าจะนำความเห็นและข้อเสนอแนะไปปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมาย TOD แล้วก็ตาม แต่พบข้อมูลว่า สนข. มีแผนดำเนินโครงการพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานทางรางครอบคลุม 177 พื้นที่รอบสถานีรถไฟทั่วประเทศไทย ทำให้ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะประชาชนผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แต่ครอบคลุมไปถึงประชาชนกลุ่มอื่น ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ตามแผนดำเนินโครงการดังกล่าว ซึ่งควรได้รับทราบข้อมูลและมีส่วนร่วมในกระบวนการจัดทำร่างกฎหมายดังกล่าวด้วยเช่นกัน

โดยผู้ทรงคุณวุฒิด้านที่อยู่อาศัยและการพัฒนาเมือง รวมถึงสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เห็นว่าควรให้ความสำคัญกับการบรรจุแผนงานด้านที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยถึงปานกลางให้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองตามแนวคิดการพัฒนาเมืองและชุมชนโดยใช้ระบบขนส่งมวลชนสาธารณะเป็นศูนย์กลางซึ่งต้องคำนึงถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนรอบระบบขนส่งมวลชนสาธารณะควบคู่กับการส่งเสริมและพัฒนาระบบขนส่งมวลชนและพาณิชยกรรมอย่างสมดุล ความเห็นดังกล่าวเป็นหลักสำคัญในการแก้ไขปัญหาข้อห่วงกังวลของภาคประชาชนเกี่ยวกับเนื้อหาในร่างกฎหมาย TOD ที่อาจสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดผลกระทบต่อสิทธิชุมชน สิทธิในที่ดินและที่อยู่อาศัย รวมถึงสิทธิในสิ่งแวดล้อมที่ดี ของประชาชนที่อยู่อาศัยบริเวณโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานทางราง

ด้วยเหตุผลข้างต้น กสม. ในคราวประชุมด้านการคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 จึงเห็นควรให้มีหนังสือแจ้งข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการพัฒนาพื้นที่ในและโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานทางราง พ.ศ. …. ไปยังนายกรัฐมนตรีเพื่อนำเสนอ ครม. พิจารณากำกับและติดตามให้ สนข. ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของ กสม. ในประเด็นการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พร้อมทั้งพิจารณาข้อเสนอแนะของ กสม. เกี่ยวกับแนวทางการปรับปรุงแก้ไขร่างกฎหมาย TOD ด้วย




You May Also Like