ผวจ.ตราด เร่งรัดคดีโรงโม่งหินรุกลำน้ำสาธารณะ 1.2 กม.สั่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เวลา 90 วันฟันธงชี้แนวเขตให้ชัดเจนก่อนบังคับใช้ กม.คืนสภาพเดิม
วานนี้(วันที่ 27 ต.ค.69 ) นางเขมจิรา บัณฑูรนิพิท ผู้รับมอบอำนาจและเป็นเจ้าของที่ดิน 94 ไร่ อ.บ่อไร่ จว.ตราด เดินทางเข้าพบ นางฉัตรประอร นิยม ผู้ว่าราชการจังหวัดตราดเพื่อยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมและขอทราบผลความคืบหน้ากรณีเรื่องโรงโม่หินรุกล้ำลำธารน้ำสาธารณะ
ซึ่งหลังเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และข้อเรียกร้องอย่างหนักจากภาคประชาชน ต่อกรณีการบุกรุกลำคลองสาธารณะ “คลองฉนาก” ในพื้นที่ อ.บ่อไร่ จ.ตราด หลังจากพบว่ามีการถมคลองและดัดแปลงเปลี่ยนทิศทางไหลของน้ำเป็นระยะทางยาวกว่า 1,200 เมตร กว้างราว 20 เมตร โดยไม่มีการฟื้นฟูกลับสู่สภาพเดิม สร้างความกังวลถึงผลกระทบต่อระบบนิเวศ
•เปิดลำดับเหตุการณ์ดำเนินคดี
- มีการแจ้งความโดยนายอภิภัทร ลาภอุดม (พี่ชาย) เจ้าของที่ดิน ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ่อไร่ จ.ตราด ให้ดำเนินคดีกับ บริษัทเอกชน ประกอบธุรกิจโม่หิน พร้อมผู้บริหาร ใน จ.ตราด ข้อหา “บุกรุก ปลูกสร้างรุกล้ำทางน้ำชลประทานโดยไม่ได้รับอนุญาต และกีดขวางทางน้ำชลประทาน” เหตุเกิดบริเวณโฉนดที่ดิน ต.บ่อพลอย อ.บ่อไร่ จ.ตราด เมื่อเดือน ก.พ.2568
•ต่อมาเจ้าท่า จว.ตราดเข้าแจ้งความดำเนินคดีเพิ่ม (11 พ.ค. 2569)
โดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาตราด ส่ง นายพีรพัฒน์ ชาติคง นักวิชาการขนส่งปฏิบัติการ ได้รับมอบอำนาจจากผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าฯ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.บ่อไร่ ให้ดำเนินคดีเพิ่มเติม ตาม มาตรา 119 (แก้ไขเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย ฉบับที่ 14 พ.ศ. 2535)ห้ามมิให้ผู้ใด เท ทิ้ง หรือกระทำด้วยประการใดๆ ให้ดิน หิน ทราย หรือสิ่งปฏิกูล ลงในแม่น้ำ ลำคลอง อันเป็นทางสัญจรของประชาชนหรือใช้ประโยชน์ร่วมกัน , มาตรา 120 วรรคสอง (พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. 2456) ห้ามมิให้ผู้ใดขุดลอก แก้ไข หรือกระทำการใดๆ อันเป็นการเปลี่ยนแปลงร่องน้ำทางเดินเรือ แม่น้ำ ลำคลอง โดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมเจ้าท่า
•ข้อเรียกร้องจากภาคประชาชน
ประชาชนในพื้นที่ และนางเขมจิรา ผู้รับมอบอำนาจ และผู้ติดตามคดีตั้งคำถามถึงความล่าช้าในการขุดคลองคืนตำแหน่งเดิม โดยระบุว่า -การเปลี่ยนทางน้ำสาธารณะ คลองฉนากเดิมไหลบรรจบคลองลือ แต่กลับถูกขุดเจาะเปลี่ยนเส้นทางให้ไหลไปบรรจบคลองตะบาดแทน ซึ่งเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
-จี้ฟื้นฟูสภาพลำน้ำให้กลับสู่สภาพเดิม เรียกร้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งบังคับใช้กฎหมาย รักษาสภาพลำน้ำสาธารณะให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม
พร้อมกับยื่นหนังสือถึง พล.ต.ต.ปราถนา แผ่นผา ผบก.จว.ตราด ผ่าน พ.ต.อ.นาวิน ธีระวิทย์ รอง.ผบก.จว.ตราดขอทราบผลความคืบหน้าทางคดีที่อยู่ระหว่างการสอบสวนของ พงส. สภ.บ่อไร่ จ.ตราด
นอกจากนี้แล้วปัจจุบันยังพบว่ามีบุคคลแอบลักลอบเข้าไปขุดเพื่อขยายลำธารนำ้อย่างต่อเนื่อง
ซึ่งก่อนหน้านี้ ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับอีกหลายหน่วยงานลงพื้นที่ เมื่อ 23 มีนาคม 2568 เข้าค้นโรงโม่หินตรวจสอบพื้นที่บุกรุกลำคลองสาธารณะ และจับกุมผู้กระทำผิดปลูกสร้าง ต่อเติมสิ่งก่อสร้าง รุกล้ำทางน้ำชลประทานกระทำการอันเป็นการกีดขวางทางน้ำ โดยมิได้รับอนุญาต เปลี่ยนแปลงสภาพคลองจากเดิม ซึ่งอยู่ภายในบริเวณพื้นที่ของโรงโม่ ความยาวประมาณ 1,200 เมตร กว้างประมาณ 20 เมตร ไปแล้วนั้น
คืบหน้า ภายหลังจาก นางฉัตรประอร นิยม ผวจ.ตราดทราบเรื่อง สั่งการให้ เรียกประชุม เจ้าหน้าที่ชลประทาน กรมเจ้าท่า เจ้าหน้าที่ที่ดินจังหวัด สปก.กรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมจังหวัด เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวร่วมประชุมเพื่อตรวจสอบการรุกล้ำลำธารสาธารณะพร้อมหาแนวทางแก้ไข ดำเนินการให้ถูกต้อง
โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่แต่และหน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ทำการตรวจสอบพื้นที่โดยรอบที่มีการร้องเรียนไม่กระทบสิทธิ์คู่กรณีทั้ง 2 ฝั่งให้ระยะเวลาตรวจสอบกำหนดไว้ภายใน 90 วัน
โดยให้กรมชลประทานเป็นแม่งาน เร่งสำรวจตรวจสอบเพื่อความชัดเจนหาแนวเขตลำน้ำที่ต้องใช้ระยะเวลาเพื่อพิสูจน์หลักฐานจากหลายหน่วยงานให้ตรงกันกับความเป็นจริงของพื้นที่เดิมให้ได้อย่างถูกต้อง หากพบมีการกระทำผิดเปลี่ยนเส้นทางนำ้ก็จะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานส่งฟ้องศาลดำเนินการต่อไป


