ผสห.กว่า 60 ราย แห่ร้อง CIB ปมบริษัทแนะแนวเรียนต่อต่างประเทศไม่คืนเงิน — สถาบันต่างประเทศยืนยันโอนคืนแล้ว
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 พ.ย.69 ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายจากการใช้บริการบริษัทรับแนะแนวและดำเนินการเรียนต่อต่างประเทศแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษพร้อมเอกสารหลักฐาน เพื่อขอให้พนักงานสอบสวนรับเรื่องเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวน หลังพบว่าผู้ใช้บริการจำนวนมากชำระเงินค่าเรียน ค่าประกัน และค่าดำเนินการให้บริษัทแล้ว แต่ไม่ได้รับบริการตามที่ตกลง หรือเมื่อขอคืนเงินแล้วกลับไม่ได้รับเงินคืนตามกำหนด
ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายเปิดเผยว่า จากข้อมูลที่กลุ่มรวบรวมจนถึงวันยื่นหนังสือ มีผู้แจ้งความเสียหายมากกว่า 60 ราย มูลค่าความเสียหายรวมเบื้องต้นมากกว่า 10 ล้านบาท กระจายอยู่หลายจังหวัด ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่ตั้งใจไปเรียนต่อที่ออสเตรเลียและประเทศอื่น โดยกลุ่มเริ่มรวมตัวกันผ่านสื่อสังคมออนไลน์ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 300 คน
•สถาบันต่างประเทศยืนยันโอนคืนแล้ว แต่เงินยังไม่ถึงมือผู้เรียน
ประเด็นที่กลุ่มผู้เสียหายเห็นว่าสำคัญที่สุด คือกรณีผู้เรียนที่ยื่นวีซ่าไม่ผ่านหรือยกเลิกการเรียน ซึ่งสถานศึกษาในต่างประเทศได้ออกเอกสารยืนยันตรงกันหลายรายว่า “ได้อนุมัติและโอนเงินคืนผ่านมาทางบริษัทเรียบร้อยแล้ว” ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2569 บางรายบริษัทได้ตอบรับเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วว่าได้รับเงินคืนจากสถาบันและยืนยันยอดที่จะคืน แต่จนถึงวันนี้ผู้เสียหายยังไม่ได้รับเงินคืน หลายรายได้รับการแจ้งเลื่อนกำหนดคืนเงินออกไปหลายครั้ง
“สิ่งที่พวกเรากังวลคือ เงินก้อนนี้ไม่ใช่เงินของบริษัท แต่เป็นเงินของผู้เรียนที่สถาบันคืนกลับมาแล้ว บริษัทเพียงรับไว้แทน เมื่อสถาบันยืนยันว่าโอนคืนแล้ว ผู้เรียนก็ควรได้รับเงินคืนทันที ไม่ใช่ต้องมาทวงกันทุกวันแล้วได้คำตอบว่ายังไม่มีกำหนด” ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายกล่าว
นอกจากนี้ กลุ่มผู้เสียหายระบุว่า หลังจากมีการร้องเรียนและเรื่องเริ่มเป็นที่รับรู้ บริษัทได้ติดต่อผู้เสียหายหลายรายเพื่อเสนอให้ทยอยคืนเงินเป็นรายเดือน โดยหลายกรณีมีระยะเวลาผ่อนชำระ 36 ถึง 60 เดือน ชำระประมาณเดือนละ 2,000–4,000 บาท ไม่มีดอกเบี้ย ไม่มีหลักประกัน ซึ่งหมายความว่าผู้ที่ชำระเงินก้อนไปหลักแสนบาทจะต้องรอรับเงินคืนครบนานถึง 3–5 ปี ผู้เสียหายส่วนใหญ่จึงไม่ตอบรับข้อเสนอดังกล่าว
ขณะเดียวกันบริษัทแจ้งลูกค้าบางรายว่าอยู่ระหว่างจัดหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติม และได้ลดจำนวนพนักงานลง ทำให้การติดต่อเป็นไปอย่างยากลำบาก สำนักงานเปิดให้เข้าพบเฉพาะเมื่อนัดหมายล่วงหน้าเท่านั้น
•ยื่น 3 ข้อเรียกร้องต่อตำรวจสอบสวนกลาง
ตัวแทนกลุ่มผู้เสียหายกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ผู้เสียหายแต่ละรายได้ร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และหลายรายได้ร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนในพื้นที่ของตนไว้แล้ว รวมทั้งตัวแทนกลุ่มเคยเข้าให้ข้อมูลเบื้องต้นแก่พนักงานสอบสวน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เมื่อกลางเดือนตุลาคม การยื่นหนังสือในวันนี้จึงเป็นการรวบรวมหลักฐานของผู้เสียหายทั้งหมดมายื่นในคราวเดียว ประกอบด้วย สัญญาและใบแจ้งหนี้ / หลักฐานการชำระเงิน / บันทึกการติดต่อกับบริษัท /หนังสือยืนยันการคืนเงินจากสถานศึกษาในต่างประเทศ /หนังสือข้อเสนอผ่อนชำระของบริษัท
ข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้เสียหายมี 3 ประการ คือ
- ขอให้พนักงานสอบสวนรับเรื่องเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนอย่างเป็นทางการ และพิจารณารวมเรื่องของผู้เสียหายที่กระจายอยู่หลายสถานีเป็นสำนวนเดียว
- ขอให้ตรวจสอบบัญชีธนาคารและเส้นทางการเงินของบริษัท เพื่อให้ทราบว่าเงินที่สถาบันคืนมาและเงินที่รับจากลูกค้ารายใหม่ถูกนำไปใช้อย่างไร
- ขอให้เร่งรัดให้ผู้เสียหายได้รับเงินคืนโดยเร็ว
ทั้งนี้ กลุ่มผู้เสียหายย้ำว่า บริษัทดังกล่าวเคยประกอบกิจการและส่งนักเรียนไปเรียนต่อได้จริงมาก่อน กลุ่มจึงมิได้กล่าวหาล่วงหน้าว่ามีการกระทำความผิด แต่ต้องการให้หน่วยงานที่มีอำนาจตรวจสอบข้อเท็จจริงตามพยานหลักฐาน โดยเฉพาะช่วงเวลาที่บริษัทเริ่มมีปัญหาการคืนเงิน เทียบกับช่วงเวลาที่ยังรับลูกค้าและรับเงินรายใหม่ และกลุ่มยินดีรับฟังคำชี้แจงจากบริษัทหากมีการชี้แจงอย่างเป็นทางการ



