“เจ๊ผึ้ง-ศุภมาส” เดินหน้าคุ้มครองผู้บริโภคเชิงรุก นำทีม สคบ. จับมือ ปคบ. กวาดล้าง-สกัดกั้น
การกระทำผิดทุกรูปแบบ คุ้มครองประชาชนถูกหลอก
วันที่ 26 พ.ค.69 ที่ ห้องประชุม บก.ปคบ. ชั้น 12 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นำคณะประกอบด้วย
นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค และคณะผู้บริหาร สคบ. เดินทางไปยังกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดยมี พล.ต.ต. ศารุติ แขวงโสภา รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมคณะผู้บริหาร บก.ปคบ. ให้การต้อนรับและร่วมประชุม
ที่ประชุมได้หารือแนวทางการบูรณาการความร่วมมือ โดยเฉพาะการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งที่ผ่านมา สคบ. และ บก.ปคบ. ได้มีการบูรณาการความร่วมมือกัน
อย่างต่อเนื่อง ทั้งในแง่ของการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางคดี และการร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบและติดตามการกระทำผิดในกรณีต่าง ๆ เช่น การกวาดล้างการลักลอบขายบุหรี่ไฟฟ้าและบารากู่ รวมถึงคดีต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภค
นางสาวศุภมาส กล่าวว่า ปัจจุบันยังคงพบการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับผู้บริโภคจำนวนมาก อีกทั้งบางคดียังมีแนวโน้มที่สูงขึ้น หรือรูปแบบอาจจะซับซ้อนขึ้น มีการโฆษณาเกินจริงเพื่อหลอกลวงผู้บริโภค ทำให้ได้สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน สินค้าปลอม โดยเฉพาะสินค้าที่มีการซื้อขายผ่านระบบออนไลน์ วันนี้ตนจึงนำคณะของ สคบ. มาหารือกับหน่วยงานที่มีบทบาทต่อการคุ้มครองผู้บริโภค คือ บก.ปคบ. เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านต่าง ๆ ให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้น ทั้งในแง่ของการสืบสวนสอบสวน ตรวจค้น จับกุม และขยายผลเพื่อสกัดกั้นการกระทำความผิดที่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคในทุกมิติ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาในตัวบทกฎหมาย การดำเนินงานของ สคบ. และ บก.ปคบ. ในด้านการคุ้มครองผู้บริโภคมีความเชื่อมโยงกับ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 และพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ.2545
ซึ่งที่ผ่านมามีการประสานความร่วมมือด้วยดีมาโดยตลอด
“เราต้องทำงานเชิงรุกยิ่งขึ้น เพราะรูปแบบการหลอกลวงเปลี่ยนแบบรายวัน บก.ปคบ. จะเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้การคุ้มครองผู้บริโภคมีประสิทธิภาพ ช่วยเหลือผู้บริโภคได้มากขึ้น ซึ่งนอกจากการประสานข้อมูล การลงพื้นที่ปฏิบัติการร่วมแล้ว การสร้างการรับรู้ให้ประชาชนก็มีความสำคัญมาก” นางสาวศุภมาส
กล่าวทิ้งท้าย
ทั้งนี้ ผู้บริโภคที่พบสินค้าหรือบริการที่ไม่เป็นธรรม สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน สคบ. 1166 แอปพลิเคชัน OCPB Connect เว็บไซต์ www.ocpb.go.th และศูนย์ดำรงธรรมทุกจังหวัด หรือแจ้งเบาะแส
การกระทำผิดอาญาได้ที่สายด่วน บก.ปคบ. 1135 ก่อนโอนเงินหรือชำระเงินปลายทาง ควรตรวจสอบตัวตนผู้ขายทุกครั้ง และหลีกเลี่ยงการรับพัสดุเก็บเงินปลายทางที่ไม่ได้สั่งซื้อ



