ที่ห้องแถลงข่าวชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ (บก.ป.) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่มรอง ผบช.ก. พร้อมด้วย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และ พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ Cut Down Scam 2 ถอนรากเครือข่ายค้าข้อมูลคนไทย


เวลา 17.00 น.วันที่ 23 มิ.ย.69 ที่ห้องแถลงข่าวชั้น 2 อาคารประชาอารักษ์ (บก.ป.) ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่มรอง ผบช.ก. พร้อมด้วย น.ส.แนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และ พ.ต.อ. สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) ร่วมกันแถลงผลปฏิบัติการ Cut Down Scam 2 ถอนรากเครือข่ายค้าข้อมูลคนไทย / CIB จับมือ DE และ PDPC ทลายเครือข่ายค้าข้อมูลส่วนบุคคล "Cut Down Scam 2" รวบ 9 ผู้ต้องหา พบข้อมูลรั่วไหลกว่า 9.6 ล้านรายชื่อ เสียหายทะลุ 2,000 ล้านบาท กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ภายใต้การนำของ บก.ปปป. ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) เปิดปฏิบัติการ "Cut Down Scam 2 สยบเครือข่ายค้าข้อมูลส่วนบุคคล" เข้าตรวจค้นเป้าหมายและทลายเครือข่ายซื้อขายข้อมูลรายใหญ่ที่นำข้อมูลของประชาชนไปขายต่อให้แก๊งมิจฉาชีพ บุกค้น 22 จุดทั่วประเทศ รวบ 9 ผู้ต้องหาเครือข่ายใหญ่ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้กระจายกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายจำนวน 22 จุด ในพื้นที่ 13 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ เชียงราย, เชียงใหม่, แม่ฮ่องสอน, ลำปาง, นครสวรรค์, ลพบุรี, ขอนแก่น, อำนาจเจริญ, สระแก้ว, จันทบุรี, ประจวบคีรีขันธ์, พระนครศรีอยุธยา และกรุงเทพมหานคร โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ทั้งหมด 9 ราย ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้ต้องหาจำนวน 6 เครือข่าย ดังนี้ 1.นายบุญรักษา อายุ 26 ปี 2.นายสมควร อายุ 53 ปี 3.นางสาวแสงแก้ว อายุ 24 ปี 4.นายอัชฮารี อายุ 21 ปี 5.นายจักรี อายุ 38 ปี 6.นายพูนทรัพย์ อายุ 31 ปี 7.นายวาทินทร์ อายุ 23 ปี 8.นายนันทวัฒน์ อายุ 29 ปี 9.นายวีรยุทธ อายุ 31 ปี ข้อหาหลักร่วมกันใช้ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลอื่นทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ เพื่อกระทำการผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดทางอาญาอื่นใด และร่วมกันเป็นผู้เก็บรวบรวมข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยในชั้นจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 9 ราย ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากการตรวจค้น เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดสิ่งของรวมกว่า 15 รายการ เพื่อส่งมอบให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีของกลางสำคัญดังนี้ คอมพิวเตอร์ Notebook 5 เครื่อง และคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ 6 เครื่อง , Boxphone farm 1 เครื่อง , โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต รวม 31 เครื่อง , ซิมการ์ด 112 ชิ้น, สมุดบัญชีธนาคาร 10 เล่ม, บัตร ATM 3 ใบ และบัตรกดเงินสด 2 ใบ , เงินสดจำนวน 775,000 บาท และรถยนต์ 1 คัน , อาวุธปืน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน 42 นัด จากการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลที่พบในบ้านเป้าหมายและจากการขยายผลระบุว่า เครือข่ายนี้มีข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนหลุดรอดไปอยู่ในมือมากถึง 9,616,199 รายชื่อ พร้อมภาพถ่ายบัตรประชาชนอีก 477 ราย เมื่อนำข้อมูลเหล่านี้ไปตรวจสอบเทียบเคียงกับระบบรับแจ้งความออนไลน์ของศูนย์ Thaipoliceonline.com พบว่าข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปใช้ในคดีฉ้อโกงและอาชญากรรมออนไลน์ที่เกี่ยวโยงกันมากถึง 13,677 Case ID สร้างมูลค่าความเสียหายรวมสูงถึง 2,008,531,702.48 บาท คำเตือนจากตำรวจสอบสวนกลาง (CIB)ขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้อื่น หลีกเลี่ยงการกรอกข้อมูลในเว็บไซต์หรือลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือ และตรวจสอบตัวตนของเจ้าหน้าที่รัฐหรือธนาคารที่ติดต่อเข้ามาทุกครั้งก่อนที่จะให้ข้อมูลใดๆ เพื่อป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพในอนาคต



You May Also Like