ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เผยคืบหน้า พบชื่อผู้ลงทะเบียนซิมจากกล่องต้องสงสัยคล้าย GPS ใต้รถยนต์ – เข้าพบกองปราบให้ข้อมูลแล้ว

ทนายอั๋น บุรีรัมย์ เผยคืบหน้า พบชื่อผู้ลงทะเบียนซิมจากกล่องต้องสงสัยคล้าย GPS ใต้รถยนต์ – เข้าพบกองปราบให้ข้อมูลแล้ว

วันที่ 16 ตุลาคม 2569 นายภัทรพงศ์ ศุภักษร หรือ ทนายอั๋น บุรีรัมย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว เปิดเผยความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบรถยนต์ส่วนตัว หลังพบวัตถุต้องสงสัยติดอยู่บริเวณใต้ท้องรถ

ทนายอั๋น ระบุว่า เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2569 ได้นำรถยนต์เข้าตรวจสอบที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่ง และพบกล่องอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต้องสงสัย จำนวน 2 เครื่อง ติดอยู่ใต้ท้องรถด้วยแม่เหล็กแรงสูง จากการตรวจสอบเบื้องต้นภายในกล่องพบแผงวงจร แบตเตอรี่ และซิมการ์ด มีลักษณะคล้ายอุปกรณ์ติดตามตำแหน่ง GPS

ต่อมาในวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ทนายอั๋นได้โพสต์ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จากการตรวจสอบซิมการ์ดที่พบภายในอุปกรณ์ดังกล่าว พบชื่อผู้ลงทะเบียนตามที่ผู้ให้บริการระบุ คือ “นางสาวสังวาลย์” ซึ่งเป็นข้อมูลที่ได้จากการตรวจสอบในเบื้องต้น

ทนายอั๋นตั้งข้อสังเกตว่า อาจมีบุคคลนำอุปกรณ์ดังกล่าวมาติดตั้งเพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของตน ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวอยู่ระหว่างการทำกิจกรรมตรวจสอบและร้องเรียนในประเด็นสาธารณะหลายเรื่อง

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่มีพยานหลักฐานยืนยันว่าผู้มีชื่อเป็นผู้ลงทะเบียนซิมการ์ดดังกล่าว เป็นผู้จัดหา ติดตั้ง หรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการติดตามแต่อย่างใด เนื่องจากต้องตรวจสอบในประเด็นผู้ใช้งานซิมการ์ดที่แท้จริง ที่มาของอุปกรณ์ และพยานหลักฐานอื่นประกอบกัน

มีรายงานว่า ในวันเดียวกัน (16 ต.ค.) ทนายอั๋นได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ข้อมูลและส่งมอบพยานหลักฐานเกี่ยวกับอุปกรณ์ต้องสงสัยที่พบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

  1. อุปกรณ์ที่พบยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบทางเทคนิคจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อยืนยันว่าเป็นอุปกรณ์ GPS จริงหรือไม่ และมีเส้นทางการใช้งานอย่างไร 2. การเปิดเผยชื่อผู้ลงทะเบียนซิมการ์ด เป็นข้อมูลเบื้องต้นจากการตรวจสอบของผู้โพสต์ ยังต้องรอการตรวจสอบอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ให้บริการเครือข่าย 3. คดีนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาต่อบุคคลใด และการดำเนินการทั้งหมดอยู่ในขั้นตอนการให้ข้อมูลแก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ

#ทนายอั๋นบุรีรัมย์ #ทนายอั๋น #GPSติดรถ #กองปราบ #ข่าวบุรีรัมย์ #ข่าวอาชญากรรม




You May Also Like