ตร. ทลายเครือข่ายฟาร์มบัญชีม้านิติบุคคลข้ามชาติ เปิดปฏิบัติการ “Operation Dark Empire” รวบ 11 ผู้ต้องหา ยึดสมุดบัญชี 239 เล่ม เสียหายกว่า 379 ล้านบาท

ตร. ทลายเครือข่ายฟาร์มบัญชีม้านิติบุคคลข้ามชาติ เปิดปฏิบัติการ “Operation Dark Empire” รวบ 11 ผู้ต้องหา ยึดสมุดบัญชี 239 เล่ม เสียหายกว่า 379 ล้านบาท

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.อ.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ รอง ผบ.ตร./ผู้อำนวยการศูนย์ฯ และ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร. ร่วมกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (กก.2 บก.ป.) เปิดปฏิบัติการ “Operation Dark Empire” ทลายเครือข่ายฟาร์มบัญชีม้านิติบุคคลข้ามชาติ

•พฤติการณ์และการสืบสวน

สืบเนื่องจากต้นปี 2569 ACSC ได้ปฏิบัติการ “ปัดกวาดบ้านหนองจาน ล้างโกดังทหารเขมรเถื่อน” และขยายผลจนพบกลุ่มขบวนการ “DK Global Group” ซึ่งมีหัวหน้ากลุ่มคือนายเฉิง หรือ เดฟ (Mr. Chia Chun / Dave) สัญชาติมาเลเซีย พร้อมเครือข่ายชาวไทยและต่างชาติ มีพฤติการณ์จัดหาบัญชีม้า (คนไทย) เพื่อขายให้กลุ่มธุรกิจผิดกฎหมาย โดยว่าจ้างคนไทยที่ทำงานในมาเลเซีย (เช่น KTV, บ่อนการพนัน หรือเว็บพนัน) ให้ชักชวนคนไทยเปิดบัญชีธนาคารเพื่อนำไปขายแลกกับค่าตอบแทน
ต่อมาประมาณกลางปี 2567 ขบวนการดังกล่าวได้เปลี่ยนรูปแบบจากการขายบัญชีม้าบุคคลธรรมดา เป็น “บัญชีม้านิติบุคคล” เนื่องจากบัญชีนิติบุคคลมีวงเงินหมุนเวียนสูง ไม่ต้องสแกนหน้าเพื่อใช้บัญชี มีความน่าเชื่อถือ และหลบเลี่ยงการตรวจสอบได้ง่าย โดยมีการแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ 8 ขั้นตอน ตั้งแต่การหา Agent ชักชวนม้าหรือ Owner มาจดทะเบียนบริษัท, สร้างกลุ่ม Telegram, จดทะเบียนนิติบุคคลผ่านระบบออนไลน์ (DBD Biz Regist), ใช้ AI สร้างข้อมูลบริษัทเพื่อตบตาธนาคาร, เปิดบัญชีและทำแอปพลิเคชัน, ส่งโทรศัพท์มือถือและซิมการ์ดกลับมารวบรวม, จัดส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติ และมีทีมประสานงานคอยแก้ปัญหาเมื่อบัญชีถูกอายัดหรือถูกดำเนินคดี

•ผลการตรวจค้นและจับกุม

จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทที่ถูกจดทะเบียนโดยเครือข่ายดังกล่าวมีกว่า 1,500 แห่ง เชื่อว่าถูกนำไปเปิดบัญชีธนาคารและจำหน่ายให้แก่นسกลุ่มสแกมเมอร์, กลุ่มฟอกเงิน และเว็บพนันออนไลน์ จำนวนหลายพันบัญชี ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับ CFR กว่า 1,060 Case จาก 255 บัญชีธนาคาร ของ 189 บริษัท และพบผู้เสียหายในระบบ TPO จำนวน 311 Case ID ถูกหลอกเงินเสียหายไปกว่า 379 ล้านบาท จากจำนวน 64 บัญชีธนาคาร ของ 48 บริษัท
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาจำนวน 16 ราย และขออนุมัติศาลออกหมายค้นใน 20 จุด ทั่ว 8 จังหวัดทั่วประเทศ
กระทั่งเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 11 ราย (เช่น น.ส.ภูริชญา, Mr. ZHI สัญชาติมาเลเซีย, นายเจนณรงค์, นายสริศ, นางสาวสุภาพ และผู้ต้องหาอื่นๆ ตามหมายจับ) พร้อมตรวจยึดของกลางสำคัญ ได้แก่
-สมุดบัญชีธนาคาร 239 รายการ
-ตราประทับนิติบุคคล 222 รายการ
-โทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ 36 รายการ
-ซิมการ์ด 12 รายการ และเครื่องทำตราประทับ 1 เครื่อง
-ทรัพย์สินอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดรวม 934 รายการ

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาฐาน ร่วมกันกระทำความผิดฐาน ร่วมกันเป็นอั้งยี่, ร่วมกันจัดหาและซื้อขายบัญชีม้า, ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบกันฟอกเงิน โดยผู้ต้องหาบางส่วนให้การรับสารภาพ และบางส่วนให้การปฏิเสธ พร้อมนำตัวผู้ต้องหาและของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

•ข้อเตือนใจจากเจ้าหน้าที่

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชน กรณีโอนเงิน แม้จะเห็นเป็นบัญชีบริษัท ดูน่าเชื่อถือ ขอให้ตรวจสอบความถูกต้องก่อนโอนทุกครั้ง หากพบบุคคลมาขอเอกสารประจำตัว โดยอ้างว่าจะนำไปใช้เปิดบริษัทหรือเปิดบัญชีธนาคาร ขอให้

  1. อย่าหลงเชื่อบุคคลดังกล่าว
  2. รีบแจ้งเบาะแสมายังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หรือสถานีตำรวจใกล้เคียงเพื่อทำการตรวจสอบทันที



You May Also Like