CIB จับมือ ทัพเรือ สกัดสปีดโบ๊ทตราด ยึดกระสุน AK-47 กว่า 3 หมื่นนัด รวบ 5 ผู้ต้องหาเครือข่ายข้ามชาติ

CIB จับมือ ทัพเรือ สกัดสปีดโบ๊ทตราด ยึดกระสุน AK-47 กว่า 3 หมื่นนัด รวบ 5 ผู้ต้องหาเครือข่ายข้ามชาติ

ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับ กองทัพเรือ แถลงผลปฏิบัติการใหญ่ สกัดจับขบวนการค้าอาวุธสงครามทางทะเล ยึดกระสุนปืน AK-47 กว่า 3.2 หมื่นนัด ซุกซ่อนในกระสอบผงชูรส ขณะเตรียมขนส่งผ่านแม่น้ำเวฬุ เผยรวม 2 ล็อต ยึดกระสุนทะลุ 5.9 หมื่นนัด
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 2 พ.ย. 2569 ที่ห้อง L201 ชั้น 10 อาคารพิทักษ์สันติ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ร่วมกับ กองบังคับการตำรวจน้ำ (บก.รน.) แถลงข่าวผลการเปิดปฏิบัติการสกัดกั้นและปราบปรามขบวนการขนส่งอาวุธสงครามข้ามชาติทางทะเลในพื้นที่จังหวัดตราด

•สกัดจับกลางแม่น้ำเวฬุ ยึดกระสุนกว่า 3 หมื่นนัด

ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการบูรณาการกำลังร่วมกันระหว่าง กองทัพเรือ, ตำรวจน้ำแหลมงอบ, ทัพเรือภาคที่ 1, กอ.รมน.ตราด และกรมเจ้าท่า เข้าทำการสกัดจับเรือสปีดโบ๊ทเครื่องยนต์คู่ต้องสงสัย บริเวณปากคลองท่าหาด ต.แสนตุ้ง อ.เขาสมิง จ.ตราด

จากการตรวจสอบภายในเรือ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 5 ราย ประกอบด้วย

  1. นายฉัตรชัย อายุ 45 ปี (สัญชาติไทย)
  2. นายศราวุฒิ อายุ 40 ปี (สัญชาติไทย)
  3. นายสมส่วน อายุ 23 ปี (สัญชาติไทย)
  4. นายณรงศักดิ์ อายุ 54 ปี (สัญชาติไทย)
  5. นายต่อ ฮัตตัง อายุ 40 ปี (สัญชาติกัมพูชา)

พร้อมของกลาง เครื่องกระสุนปืน AK-47 ขนาด 7.62 มิลลิเมตร จำนวน 32,400 นัด ที่ตบตาเจ้าหน้าที่ด้วยการซุกซ่อนไว้ในกระสอบผงชูรส และยึดเรือสปีดโบ๊ทที่ใช้ในการกระทำผิด จากการสอบสวนเบื้องต้น กลุ่มผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้รับค่าจ้างในการขนส่งครั้งนี้รวมเป็นเงิน 20,000 บาท

•ขยายผลเชื่อมโยงคดีเดิม ยึดกระสุนสะสมเกือบ 6 หมื่นนัด

จากการสืบสวนเชิงลึกของเจ้าหน้าที่พบว่า ขบวนการดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับคดีลักลอบขนอาวุธทางทะเลเมื่อวันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ในพื้นที่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ซึ่งในครั้งนั้นเจ้าหน้าที่เคยยึดอาวุธปืน AK-47 จำนวน 2 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนอีกกว่า 2.7 หมื่นนัด
ส่งผลให้การกวาดล้างใหญ่ทั้ง 2 ครั้ง สามารถตรวจยึดเครื่องกระสุนปืนสงครามรวมได้สูงถึง 59,685 นัด และจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายได้รวม 8 ราย

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดให้ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขยายผลสืบหาตัวนายทุนผู้ว่าจ้างและเครือข่ายปลายทางมาดำเนินคดีต่อไป




You May Also Like