”พี่ศรี“จี้ ป.ป.ช.สอบ ม.ราชภัฏชื่อดังของอุดรฯพิรุธงบวิจัย 500 ล้าน ซื้อของ 8 พันแต่เขียนบิล 8 หมื่น เข้าข่ายทุจริตหรือไม่

”พี่ศรี“จี้ ป.ป.ช.สอบ ม.ราชภัฏชื่อดังของอุดรฯพิรุธงบวิจัย 500 ล้าน ซื้อของ 8 พันแต่เขียนบิล 8 หมื่น เข้าข่ายทุจริตหรือไม่

วันที่ 2 พ.ย.69 ที่ สำนักงาน ป.ป.ช.นนทบุรี นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ได้เดินทางมา ป.ป.ช. เพื่อยื่นเอกสารหลักฐานเพิ่มเติมกรณีเคยร้องเรียนขอให้ไต่สวนและวินิจฉัยว่าผู้บริหารของมหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ ตามกฎหมายของ ป.ป.ช.หรือไม่ หลังจากชาวบ้านนำหลักฐานสำเนาใบเสร็จลงตัวเลข 8 หมื่นมาร้องเรียน ทั้งๆที่ซื้อขายจริงเพียง 8 พัน

ทั้งนี้สืบเนื่องจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฎแห่งหนึ่งของจังหวัดอุดรธานี ได้จัดทำโครงการ BCG เตรียมความพร้อมและเสริมสร้างความเข้มแข็งกลุ่มวิสาหกิจเริ่มต้น กลุ่มอาชีพในชุมชนหลังสถานการณ์โควิด สร้างองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตถรรม ภายใต้แนวความคิดการพัฒนาท้องถิ่นอย่างมั่นคงทางเศรษฐกิจ (BCG 6 โครงการ) วงเงินกว่า 503 ล้านบาท

โครงการฯ ดังกล่าวมีการจับพิรุธได้มากมายจนนำไปสู่การ้องเรียนให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบเมื่อ 15 ม.ค.2567 แล้ว ล่าสุดมีชาวบ้านได้ส่งหลักฐานข้อมูลพฤติการณ์ที่เข้าข่ายการทุจริตมากมาย อาทิ มีเจ้าหน้าที่ของมหาวิทยาลัยไปขอซื้อไก่บ้านจากชาวบ้าน 100 กก.ราคา 8,000 บาท เพื่อนำมาทำวิจัย โดยได้ขอถ่ายรูปบัตรประชาชนของชาวบ้านไปโดยอ้างว่าเพื่อนำไปแนบเอกสารการเบิกเงิน โดยมีการโอนเงินค่าไก่เข้าบัญชีชาวบ้าน 8,000 บาท แต่ต่อมาอ้างว่าไก่ที่นำไปไม่ตรงกับความต้องการจึงขอเงินคืน เจ้าของไก่จึงโอนเงินคืนให้เพราะไม่อยากมีปัญหา แต่ต่อมาเจ้าของไก่ได้รับเอกสารจากเจ้าหน้าที่การเงินของมหาวิทยาลัยแจ้งการหักภาษี ณ ที่จ่าย 800 บาทของค่าไก่ 80,000 บาท ทั้งๆที่ราคาไก่แค่ 8,000 บาทแต่ไม่มีการซื้อขายกันแล้วและคืนเงินกันหมดแล้ว กรณีดังกล่าวจึงเชื่อว่ามีการนำบัตรประชาชนของชาวบ้านไปแอบอ้างทำบิลจัดซื้อจัดจ้างในราคาสูง ซึ่งพบว่ามีชาวบ้านอีกมากมายส่งหลักฐานใบเสร็จมาให้ในลักษณะเดียวกัน

กรณีดังกล่าว จึงจับโป๊ะได้ว่าอาจเป็นกระบวนการทุจริตที่ทำกันอย่างเป็นกระบวนการ ซึ่งดำเนินการกันมาหลายปีแล้วจวบจนปัจจุบัน ทั้ง ๆ เรื่องนี้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้ทำการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างโครงการดังกล่าวแล้ว พบว่าไม่ปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรา 4 และมาตรา 8 แห่ง พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ 2560 และมาตรา 48 แห่ง พรบ.วินัยการเงินการคลังของรัฐ 2561 โดยพบว่ามีผู้ที่กระทำความผิดเข้าข่ายการทุจริตในโครงการดังกล่าวมีหลายคน ซึ่งเรื่องดังกล่าวไม่แน่ใจว่ามีการรายงานให้สภามหาวิทยาลัยทราบแล้วหรือไม่ เพราะเท่าที่ทราบมีความพยายามปกปิดเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด จนทำให้สภาฯผิดหลงตั้งผู้บริหารมหาวิทยาลัยชุดดังกล่าวเข้ามาเป็นผู้บริหารสมัยที่ 2 แล้ว

องค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน จึงต้องนำพยานหลักฐานดังกล่าวมามอบให้ ป.ป.ช.เพิ่มเติมเพื่อใช้ประกอบในการไต่สวนและวินิจฉัยเอาผิดตามครรลองของกฎหมายของ ป.ป.ช.ต่อไป




You May Also Like